การทุ่มเงินมหาศาลของ เชลซี อาจจะเป็นข่าวร้ายสำหรับ แลมพาร์ด

การทุ่มเงินมหาศาลของ เชลซี อาจจะเป็นข่าวร้ายสำหรับ แลมพาร์ด

การทุ่มเงินระดับมหาศาลอีกครั้งของ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรชาวรัสเซียของ เชลซี อาจจะกลายเป็นข่าวร้ายสำหรับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เพราะความคาดหวังที่สูงกว่าเดิม ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อฤดูกาล 2019-20 ที่ทีมเจอข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะการโดนลงโทษแบนห้ามลงทะเบียนนักเตะ ทำให้ไม่สามารถเซ็นสัญญานักเตะไปร่วมทีมเพิ่มเติมได้

แลมพาร์ดให้โอกาสดาวรุ่งลงสนาม พร้อมกับความหวังที่ไม่ได้สูงมากนัก กับอันดับในตารางคะแนน แต่การจบในอันดับที่ 4 ได้เล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2020-21 คือสิ่งที่เหนือความคาดหมายเหมือนกัน เมื่อเทียบกับระดับการเล่นของทีมใหญ่อื่นๆ

อบราโมวิชเทคโอเวอร์สโมสรเมื่อ 17 ปีก่อน พร้อมกับการยกระดับทีมโดยการทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดังไปร่วมทีมมากมาย รวมถึงตำแหน่งผู้จัดการทีม กับช่วงเวลาที่ไม่ได้มีไฟแนลเชียล แฟร์ เพลย์ เข้ามากำหนดเพดานในเรื่องของการเงิน สำหรับทุ่มเงินคว้าสตาร์ไปร่วมทีมมากมาย ช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, ฟุตบอลถ้วยในประเทศ 7 รายการ และแชมป์ยุโรป 3 รายการ ซึ่งล่าสุดคือแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้าลีก ปี 2019

ฤดูกาล 2017-18 คือปีที่อบราโมวิช มีการทุ่มเงินเสริมทัพมากที่สุด โดยจ่ายไปทั้งหมด 235 ล้านปอนด์ แต่ทีมต้องเจอกับความผิดหวัง กับค่าตัวของติเอมูเอ้ บากาโยโก้ 36 ล้านปอนด์, แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ 34 ล้านปอนด์ และดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า 22.5 ล้านปอนด์

ก่อนที่ฤดูกาล 2020-21 จะเริ่มต้น อบราโมวิช จ่ายเงินให้กับทีมของแลมพาร์ดไปแล้วมากกว่า 130 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวติโม แวร์เนอร์, ฮาคิม ซีเย็ค และเบน ชิลเวลล์ ไปร่วมทีมได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่มาล็อง ซาร์ และติอาโก้ ซิลวา ถูกเซ็นสัญญาไปร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว แต่ไค ฮาเวิร์ตซ์ ของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่เป็นข่าวเชื่อมโยงกับทีม ต้นสังกัดก็ยังต้องการค่าตัวของนักเตะถึง 90 ล้านปอนด์ ในขณะที่ตำแหน่งผู้รักษาประตูทีมก็ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 30 ล้านปอนด์ กับนักเตะที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนเกป้า อาร์รีซาบาลาก้า

จึงมีความเป็นไปได้สูงที่สิงห์บลูอาจจะต้องจ่ายเงินมากกว่าเดิม และอาจจะจ่ายอย่างน้อย 200 ล้านปอนด์ แน่นอนว่า กับความคาดหวังในการคว้าแชมป์ของทีมก็สูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะผลงานในพรีเมียร์ลีก หลังจากจบฤดูกาลล่าสุดโดยการมีคะแนนตามหลังลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ถึง 33 คะแนน

นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ และการระดับการเล่นของทีมขึ้นมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่โชเซ่ มูรินโญ่, อัฟราม แกรนท์, หลุยส์ ฟิลิปเป้ สโคลารี, คาร์โล อันเชล็อตติ, อังเดร วิลลาส-โบอาส, ราฟาเอล เบนิเตซ, อันโตนิโอ คอนเต้ และเมาริซิโอ ซาร์รี่ ต้องเจอมาแล้วทั้งนั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to top