Open post
คูตี้ เตรียมพักยาว 3 เดือน หลังขึ้นเขียงผ่าเข่า

คูตี้ เตรียมพักยาว 3 เดือน หลังขึ้นเขียงผ่าเข่า

ฟิลลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิลเลี่ยนของทีมบาร์เซโลน่า อาจจะต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บอย่างยาวนานถึง 3 เดือนเลยทีเดียว หลังเพิ่งประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเข่า จากการคอนเฟิร์มของสโมสร

นักเตะทีมชาติบราซิลถูกต้องเปลี่ยนตัวออกไปในเกมที่ บาร์เซโลน่า เสมอกับ เออิบาร์ ไปด้วยสกอร์ 1-1 เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมและต้องเข้ารับการผ่าตัดเมือสิ้นปีที่ผ่านมา

คูตินโญ่ ได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวสำรองในเกมดังกล่าวก่อนที่จะถูกส่งลงมาในช่วงครึ่งหลัง แต่กระนั้นก็ต้องโขยกเขยกออกจากสนามในช่วงทดเวลาบดเจ็บและ บาร์เซโลน่า จะต้องลงเล่นแค่เพียง 10 คน ไปจนจบเกม

ตัวนักเตะเพิ่งกลับมาอยู่กับทีมเมื่อต้นฤดูกาล หลังถูกยืมตัวไปร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิค เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าตัวมีผลงาน 3 ประตู กับ 2 แอสซิส รวมทุกรายการในฤดูกาลนี้

ซึ่งอาการบาดเจ็บของ ฟิลลิปเป้ คูตินโญ่ จะทำให้เขากลายเป็นนักเตะรายล่าสุดที่อยู่ในลิสต์ได้นับบาดเจ็บยาว ต่อจากนักเตะอย่าง เคราร์ด ปิเก้, อันซูฟาติ และ เซอร์จี้ โรแบร์โต้ ที่เจ็บยาวทั้งฤดูกาลก่อนหน้านี้

Open post
แลมพาร์ด รับ หัวร้อนหลังออกไปพ่าย “ปืน” 3-1

แลมพาร์ด รับ หัวร้อนหลังออกไปพ่าย “ปืน” 3-1

แฟรงค์ แลมพาร์ด ออกมายอมรับว่าเขาโมโหกับฟอร์มการเล่นของลูกทีมในเกมที่ เชลซี ออกไปพ่ายให้กับ อาร์เซน่อล ด้วยสกอร์ 3-1 ในเกมบ๊อกซิ่ง เดย์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ประตูของ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, กรานิต ชาก้า และ บูกาโย่ ซาก้า ช่วยให้ อาร์เซน่อล ออกนำไปก่อน 3-0 ก่อนที่ แทมมี่ อับบราฮัม จะทำได้แค่เพียงประตูตีไข่แตกให้กับทีมเยือน “มันไม่ดีพอ” แฟรงค์ แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports

“พวกเราต่อสู้ได้ดีในครึ่งหลัง แต่ในครึ่งแรก พวกเราไม่เป็นตัวของเราเอง พวกเราทำให้ตัวเองเจองานที่ยากในครึ่งหลัง เราพยายามส่งนักเตะที่มีความเร็วและพละกำลังให้กับทีมลงมา”

“ผมรับผิดชอบความพ่ายแพ้ในครั้งนี้และนักเตะของเราก็ต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกัน อาร์เซน่อล เป็นทีมที่มีความอันตราย เมื่อคุณลงไปในสนามและเล่นแค่เพียง 60 หรือ 70 เปอร์เซนต์ แน่นอนว่าคุณไม่มีทางเอาชนะไม่ว่าจะเป็นเกมใดก็ตาม ผมโมโหเพราะว่าผมต้องการให้เราชนะในเกมนี้ มันเป็นโอกาสขึ้นที่ 2 ของเรา ผมคิดว่าเราได้รับสิ่งที่เราคู่ควรแล้ว”

Open post
มูรินโญ่ ยก ฟลิกซ์ ควรได้รางวัลมากกว่า คล็อปป์

มูรินโญ่ ยก ฟลิกซ์ ควรได้รางวัลมากกว่า คล็อปป์

ผู้จัดการทีมสเปอร์รายนี้ เห็นด้วยกับผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูล ว่ากุนซือของเสือใต้ สมควรได้รางวัลกุนซือแห่งปีไปครอง

ฮานซิ ฟลิกซ์ นั้นสมควรที่จะได้รางวัลกุนซือแห่งปีของฟีฟ่า ไปครอง หลังจากที่เขาพา บาเยิร์น มิวนิค คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา โฆเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของ สเปอร์ กล่าว

ฤดูกาลที่ผ่านมา ฟลิกซ์ พา บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์บุนเดส ลีก้า เยอรมัน,เดเอฟเบ โพคาล และ ยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีก ได้สำเร็จ ทำให้เขาเป็นตัวเต็งที่จะได้รางวัลกุนซือแห่งปี แต่สุดท้ายก็พลาดไป “ผมคิดว่า ฟลิกซ์ คงต้องทำให้ บาเยิร์น คว้าแชมป์ให้ได้มากกว่านี้อีกละมั้ง” มูรินโญ่ กล่าว

“และถ้าหากเขาคว้าแชมป์ได้สัก 7 แชมป์ต่อฤดูกาล เขาอาจจะได้รางวัลนี้ไปครอง ดังนั้นผมคิดว่า ฟลิกซ์ นั้นน่าสงสารจริงๆ เขามีโอกาสที่ดีที่สุดที่จะได้รางวัลแล้ว แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ คล็อปป์ เองก็ยังพูดเลยว่า เขาไม่สมควรจะได้รางวัล และ ฟลิกซ์ ควรจะได้ไปแทน ซึ่งแค่นี้ก็คงจะรู้แล้วว่า มันจริงหรือไม่จริง”

Open post
ป็อกบา สัญญาสู้เพื่อ “ผีแดง” เสมอ

ป็อกบา สัญญาสู้เพื่อ “ผีแดง” เสมอ

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์เจ้าปัญหาของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาสัญญาว่าเขาสู้เพื่อทีมและจะต่อสู้เพื่อทีมตลอดไป พร้อมทั้งยืนยันว่าความสัมพันธ์ของเขากับทางสโมสรยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม

ทันทีที่เอเยนต์อย่าง มิโน่ ไรโอล่า ออกมาพูดถึงอนาคตของ ปอล ป็อกบา ทำให้เกิดคำถามมากมายและเสียงวิจารณ์จากตำนานและอดีตนักเตะ

กระนั้น ป็อกบา ก็ยืนยันว่าเขายังคงมีความต้องการที่จะต่อสู้เพื่อสโมสร ก่อนได้เป็นตัวจริงเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อวันเสาร์ “ผมจะสู้ต่อไปและผมจะสู้เพื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเพื่อนร่วมทีมของผมและเพื่อแฟนบอล” ปอล ป็อกบา กล่าวผ่านทางอินสตราแกรมส่วนตัว

“อนาคตมันเป็นเรื่องที่ห่างไกล วันนี้มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าและผมก็มั่นใจ 1000 เปอร์เซนต์ว่าผมต้องการมีส่วนร่วมกับทีม พวกเราแข็งแกร่งไปด้วยกัน มันชัดเจนมาตลอดสำหรับสัมพันธ์ของผมกับสโมสรและมันไม่มีทางเปลี่ยนแปลง เมื่อคุณไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นภายใน ได้โปรดอย่าออกมาพูดอะไร”

Open post
แลมพาร์ด รับ แฟน “สิงห์” ฝันถึงแชมป์ได้ แต่ทีมต้องพัฒนาต่อ

แลมพาร์ด รับ แฟน “สิงห์” ฝันถึงแชมป์ได้ แต่ทีมต้องพัฒนาต่อ

แฟรงค์ แลมพาร์ด พาทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 3-1 จากผลบอลเมื่อคืนพร้อมขึ้นไปรั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกต่อหน้าแฟนบอล 2000 คน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษรู้ดีว่าแฟนบอลของเขาสามารถที่จะฝันไปถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลนี้ แต่ถึงกระนั้นนักเตะของเขาก็ยังคงต้องโฟกัสต่อไปและยังคงต้องพัฒนาทีมต่อไปให้มากกว่านี้ “แน่นอนว่ามันไม่มีอะไรที่ผิดถ้าหากว่าแฟนบอลของเราจะคิดแบบนั้น” แฟรงค์ แลมพาร์ด กล่าว

“มันยอดเยี่ยมที่ได้พวกเขากลับมาที่นี่ การที่มีพวกเขาอยู่ในสนามมันสำคัญมากๆและเสียงเชียร์ของพวกเขาก็สำคัญมากๆเช่น คุณสามารถมองเห็นความตื่นเต้นของแฟนบอลได้หลังจบเกมและพวกเราขึ้นไปเป็นจ่าฝูง”

“หน้าที่ของผมและหน้าที่ของพวกเราคือต้องรู้ว่าฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ยาวนานมากๆและคำถามที่เกิดขึ้นก็คือความคงเส้นคงวาของพวกเรา การที่จะพัฒนาต่อไปมากกว่านี้ เพราะผมเชื่อว่าพวกเรายังสามารถทำได้ดีกว่านี้และมันจะมีความท้าทายมากมายรอเราอยู่ตรงหน้า พวกเราสนุกกับเย็นวันนี้ พวกเราจะดื่มไวน์แก้วเล็กๆซักแก้ว หรืออาจจะเป็นแก้วใหญ่ก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันพวกเรายังคงต้องทำตัวติดดินเอาไว้เสมอ”

Open post
นานี่ ยกย่อง ผลงาน บรูโน่ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นานี่ ยกย่อง ผลงาน บรูโน่ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อดีตปีกตัวเก่งของปีศาจแดง นั้นยังคงติดตามผลงานของอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาที่ สปอร์ติ้ง ลิสบ่อน อย่างใกล้ชิด ซึ่งเขาเชื่อว่านักเตะรายนี้ จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในอังกฤษ แน่นอน

บรูโน่ เฟอร์นานเดช นั้นเป็นนักเตะที่เพอร์เฟ็คสุดๆกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะว่าเขาไม่เคยสนใจความผิดพลาดเลย ซึ่งเขาจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับทีม อดีตนักเตะของสโมสร อย่าง นานี่ กล่าว

เพลเมกเกอร์ชาวโปรตุเกสรายนี้ ย้ายมาอยู่กับลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เมื่อต้นปีนี้ ซึ่งก็เป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมทันที “ผมติดตามเกมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกือบจะทุกเกม” นานี่ กล่าว

“ผมจะดูเสมอถ้าหากผมมีโอกาส เพราะว่าตอนนี้ ตารางงานของผมในออแรนโด้ มันก็ไม่ค่อยสอดคล้องสักเท่าไหร่ แต่แน่นอนว่า ทุกครั้งที่ผมได้ดู มันทำให้ผมสนุกสนานอย่างมาก”

“ผลงานของทีมตอนนี้ ถ้าไม่ได้ บรูโน่ คงจะแย่อย่างมาก ซึ่งผมบอกเลยว่านักเตะรายนี้ เป็นนักเตะที่เพอร์เฟ็คกับทีมอย่างมาก เขาไม่เคยแคร์ความผิดพลาด เขาแค่ทำผลงานของเขาให้ดีที่สุดต่อไป”

Open post
ความฝันที่กลายเป็นจริงของนักเตะที่ชื่อว่า โกรัน ปานเดฟ

ความฝันที่กลายเป็นจริงของนักเตะที่ชื่อว่า โกรัน ปานเดฟ

โกรัน ปานเดฟ จะกลายเป็นกัปตันทีมชาติ มาซิโดเนีย คนแรก สำหรับการนำลูกทีมลงสนามในฟุตบอลยูโร รอบสุดท้ายในซัมเมอร์หน้า นับตั้งแต่ชาติได้เอกราช หลังดาวเตะวัย 37 ปี ผ่านประสบการณ์มากมายทั้งในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ซึ่งจุดสูงสุดอยู่ในฤดูกาล 2009-10 เมื่อเป็นหนึ่งในขุมกำลังของ อินเตอร์ มิลาน ในคว้าเทรเปิ้ลส์แชมป์ กับภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่

ปานเดฟทำได้ 95 ประตู จากการลงสนาม 447 เกมในเซเรียอา โดยผ่านการเล่นให้กับลาซิโอ, อินเตอร์ มิลาน, นาโปลี และเจนัว ในปัจจุบัน แต่สัญญาจะหมดลงหลังจบฤดูกาล 2020-21 อาจจะกลายเป็นการปิดฉากที่สวยงามของตัวนักเตะ หากตัดสินใจที่จะแขวนสตั๊ดในฟุตบอลยูโร 2020 รอบสุดท้าย

ปานเดฟจะกลายเป็นกัปตันทีมคนแรกในรอบ 27 ปี สำหรับการลงสนามในฟุตบอลรอบสุดท้ายของรายการใหญ่ นับตั้งแต่แยกทางกับยูโกสโลวาเกีย เนื่องจากทีมดวลจุดโทษเอาชนะทีมชาติจอร์เจียไปได้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากเสมอกันในเวลาปกติ และต่อเวลาพิเศษด้วยสกอร์ 1-1

ปานเดฟ กล่าวว่า “อารมณ์ผมมาเต็มมากๆ และผมก็มีความสุข พวกเราเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเราร่วมใจกันและเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเราเอาชนะได้เพื่อผู้คนของพวกเราและทั้งหมดนี้มันก็เพื่อพวกคุณ ความฝันมันกลายเป็นจริงแล้ว พวกเราเป็นกลุ่มนักเตะดาวรุ่ง แต่เด็กทุกคนแสดงความแข็งแกร่งออกมา พวกเขามีอนาคตที่ดี ก่อนเกมนี้ผมได้คุยกับทีมและผมบอกพวกเขาว่าให้ใจเย็น สุดท้ายแล้วพวกเราชนะได้และผมก็ตื่นเต้นมากๆ”

มาซิโดเนียจะได้อยู่ในกลุ่ม ซี ในรอบสุดท้าย โดยจะได้เจอกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์, ยูเครน และออสเตรีย นอกจากศักยภาพของปานเดฟที่จะแสดงออกมา ประสบการณ์คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับทีมฟุตบอลด้วยเหมือนกัน สำหรับการแข่งขันฟุตบอลระดับยุโรปแบบนี้ โดยนักเตะหลายคนในทีมยังเคยลงเล่นให้กับทีมชาติมาซิโดเนีย ในรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี ในฟุตบอลยูโร รอบสุดท้ายรุ่นดังกล่าวมาแล้วในปี 2017

เอลิฟ เอลมาส เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่สามารถเป็นตัวความหวังให้กับมาซิโดเนียได้ หลังจากลงเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกให้กับทีม และนาโปลี ต้นสังกัดปัจจุบัน และปัจจุบันมีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น โดยตัวนักเตะลงสนามไป 90 นาทีเต็ม 4 เกม ให้กับทีมของเจนนาโร กัตตูโซ่ในฤดูกาลนี้ หลังย้ายจากเฟเนร์บาห์เช่มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร และช่วงเวลาที่เหลือในฤดูกาลนี้ยังสามารถเพิ่มประสบการณ์ให้กับเอลมาสได้ด้วย

Open post
น่าเสียดายที่ โอซิล ไม่ได้ร่วมวงแข่งแอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ด้วย

น่าเสียดายที่ โอซิล ไม่ได้ร่วมวงแข่งแอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ด้วย

นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน เมื่อ เมซุต โอซิล ของ อาร์เซน่อล ไม่ได้ร่วมวงแข่งขันในการลุ้นทำแอสซิสต์ในฤดูกาล 2020-21 เมื่อดาวเตะชาวเยอรมันเป็นหนึ่งในนักเตะที่ผ่านบอลได้น่าแม่นยำและเคยมีสถิติแอสซิสต์อย่างโดดเด่น ทั้งจังหวะทำประตู, คิลเลอร์พาส หรือแม้กระทั่งการครองบอล แม้ปัจจุบันจะถูกตั้งคำถามถึงความมุ่งมั่นในการเล่นเกมรับ

ถ้าหากคุณได้มองจังหวะที่ เซอร์ดาน ชากีรี่ ผ่านบอลให้ ดิโอโก้ โจต้า ทำประตูชัยช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-1 และคว้าชัยชนะไปได้สำเร็จ จังหวะดังกล่าวเป็นสิ่งที่โอซิลทำมาได้ตลอดเส้นทางการค้าแข้ง กับการสร้างความไหลลื่นในเกมรุกและผ่านบอลได้อย่างไม่คาดคิด สร้างผลงานให้กับกองหน้าทำประตูได้มากมาย

แน่นอนว่าการถูกตัดรายชื่อออกจากการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า ยูโรป้าลีก และพรีเมียร์ลีก ของมิเกล อาร์เตต้า เป็นสิ่งที่น่าเศร้าอย่างมาก เมื่อแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ที่จะไม่ได้เพลย์เมกเกอร์รายนี้ลงสนามเพื่อโชว์ผลงาน แม้ว่าเรื่องค่าเหนื่อยจะทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับการย้ายทีมของนักเตะ แต่ด้วยสัญญาที่เหลืออยู่กับทีมจนถึงซัมเมอร์ปี 2021 ทำให้ฤดูกาลหน้าเราจะได้เห็นโอซิลกลับมาวาดลวดลายอย่างแน่นอน

เมื่อเร็วๆ นี้มีการพูดถึงนักเตะที่มีสไตล์การเล่นคล้ายๆ ของโอซิล ดูจะไม่ได้เป็นที่สนใจมากนัก เมื่อนักเตะทุกคนต้องมีส่วนร่วมกับทั้งเกมในสนาม ไม่ว่าจะเป็นเกมรุกหรือเกมรับ แต่สถานการณ์ดังกล่าวเหมือนจะเปลี่ยนไป เมื่ออาร์เตต้ากำลังสร้างทีมด้วยการมีนักเตะที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่ง กับระบบ 4-2-3-1 ทั้งเกมรุก และเกมรับ หลังจากโธมัส ปาร์เตย์ ถูกดึงเข้ามายกระดับการเล่นในแดนกลาง โดยเฉพาะเกมรับและการลงเล่นในตำแหน่งบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์

นับตั้งแต่ เอแด็น อาซาร์ ย้ายออกจาก เชลซี ไปยัง เรอัล มาดริด เควิน เดอ บรอยน์ และ แจ็ค กรีลิช กลายเป็นสองนักเตะที่มีสถิติในการแอสซิสต์ที่โดดเด่น ก่อนที่เพลย์เมกเกอร์จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะทำลายสถิติในการแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้วไปได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ แฮร์รี่ เคน จาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส กลับทำได้อย่างโดดเด่น เมื่อลงสนามในพรีเมียร์ลีกไป 7 เกม ทำได้ 6 ประตู กับ 8 แอสซิสต์ พร้อมกับฟอร์มการทำประตูของ ซน เฮือง มิน จึงนับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็น โอซิล ลงสนามมาวาดลวดลายในเวลานี้ หรือต้องรออย่างน้อยจนถึงเดือนมกราคมในปีหน้านี้เลย

Open post
เกมกลางสัปดาห์ที่น่าสนใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้

เกมกลางสัปดาห์ที่น่าสนใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้

แน่นอนว่าเกมกลางสัปดาห์ เป็นเรื่องของการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เกมที่สอง โดยจะมองไปยังสิ่งที่น่าสนใจและหลายคนให้ความสำคัญ หนึ่งในเกมที่น่าติดตามอาจจะมีหลายคู่ แต่ตัวอย่างที่จะยกขึ้นมาก็คือ คู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แอร์เบ ไลป์ซิก ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ปัจจุบันไลป์ซิกเป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ให้กับทีมใดในบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2020-21 รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนน เมื่อเก็บไปได้ 13 คะแนน จากการลงสนาม 5 เกม โดยชนะ 4 เสมอ 1 และทีมของยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ก็เริ่มต้นผลงานในฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อเอาชนะ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ได้ 2-0 ในเกมแรก โดย แองเจลิโน่ อดีตนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ทำคนเดียว 2 ประตูในเกมนี้ โดยตอนนี้ทำไปได้แล้ว 4 ประตู จากการลงสนาม 6 เกม ก่อนที่ทีมจะบุกไปเยือนแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อสร้างเซอร์ไพรส์ในเกมแรก โดยบุกไปเอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง รองแชมป์ฤดูกาลที่แล้ว ได้ด้วยสกอร์ 2-1 ถึงปาร์ก เดอ แปร็งส์

สายตาของแมนฯ ยูไนเต็ดยังไงก็จับจ้องไปที่ดายอด อูปาเมกาโน่ กองหลังตัวแกร่งของไลป์ซิกที่เป็นข่าวเชื่อมโยงอยู่ในเวลานี้ เมื่อโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการตัวนักเตะไปช่วยเกมรับ ซึ่งตัวนักเตะมีค่าฉีกสัญญาเพียง 38 ล้านปอนด์ในปี 2022 หรืออีก 2 ปีด้วยกัน ก่อนที่จะมีรายงานข่าวเผยว่าแมนฯ ยูไนเต็ดเคยมีโอกาสคว้าตัวปราการหลังชาวฝรั่งเศสไปร่วมทีมด้วยค่าตัวเพียง 200,000 ปอนด์เท่านั้นในปี 2015 และหากทีมไหนชนะได้ในเกมนี้ ถือว่ามีโอกาสสูงในการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์เลยทีเดียว

อีหนึ่งเกมที่น่าจับตามองคือผลงานของ เชลซี เมื่อเก็บคลีนชีตมาได้ 2 เกมติดต่อกัน แม้จะทำประตูไม่ได้เลย แต่ก็เป็นสิ่งที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด นายใหญ่ของทีมตามหามาตลอด กับการเล่นเกมรับ เมื่อดึงตัว เอดูอาร์ด เมนดี้ และ ติอาโก้ ซิลวา เข้ามาสู่ทีม และเป็นเหมือนกับการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ซึ่งก็เหลือเพียงการพิสูจน์ของแนวรุกที่จะช่วยทีมเก็บ 3 คะแนน จากการบุกไปเยือน คราสโนดาร์ ในคืนวันพุธนี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กลายเป็นทีมที่น่ากังวลเหมือนกัน เมื่อสะดุดตั้งแต่ต้นฤดูกาล 5 เกมแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ชนะได้เพียง 2 เกม ทำให้รั้งในอันดับ 13 ของตารางคะแนน กับเกมรับยังมีปัญหาชัดเจนและกลายทีมเริ่มจะจับทางในการเล่นได้แล้วกับเกมสวน ยิ่งต้องมาเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บของเซร์คิโอ อเกวโร่ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงกาเบรียล เฆซุส กองหน้าตัวสำรองที่บาดเจ็บ ในขณะที่ความฟิตของเควิน เดอ บรอยน์ ก็เป็นประเด็นอยู่ด้วย นับเป็นช่วงเวลาที่กวาร์ดิโอล่าต้องพิสูจน์มันสมองของตัวเองด้วยเหมือนกัน เมื่อบุกไปเยือน โอลิมปิก มาร์กเซย

Open post
ทำไมแฟนบอลต้องตะโกน “เมสซี่, เมสซี่” ใส่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ทำไมแฟนบอลต้องตะโกน “เมสซี่, เมสซี่” ใส่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

แฟนบอลบางกลุ่มอาจจะมีความคิดสร้างสรรค์สำหรับการกระตุ้นนักเตะเพื่อยกระดับการเล่นขึ้นมา หรือการหาจุดที่จะเป็นข่มขวัญคู่แข่ง ในขณะที่หนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ของ ยูเวนตุส ก็เจอด้วยเหมือนกัน เมื่อถูกตะโกนชื่อของ ลีโอเนล เมสซี่ ดาวเตะนอกโลกของ บาร์เซโลน่า ที่ว่ากันว่าเป็นคู่แข่งในการสร้างผลงาน เพื่อหวังยกระดับการเล่นของนักเตะชาวโปรตุเกส

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวอาจจะน้อยลงกว่าเดิม นับตั้งแต่โรนัลโด้ย้ายออกจากเรอัล มาดริด ไปยังกรุงตูรินในปี 2018 เมื่อทั้งคู่ไม่ได้เผชิญหน้ากันเลย นับตั้งแต่ย้ายออกมา และเป็นการลดความเข้มข้นในการแข่งขันระหว่างทั้งสองราย ทั้งในฐานะสโมสรและการแข่งขันส่วนตัว ซึ่งโรนัลโด้เคยออกมากล่าวยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้มีปัญหาใดๆ ระหว่างความสำคัญนี้ โดยยังกล่าวถึงการเปิดโอกาสในการรับประทานอาหารร่วมกันในการประกาศรางวัลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

แน่นอนว่าการตะโกนชื่อเมสซี่ใส่โรนัลโด้จะเป็นความพยายามที่แปลกประหลาด หากทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่หลายคนก็ยังเชื่อว่ามันยังกระตุ้นความมุ่งมั่นในการเล่นให้กับดาวเตะวัย 35 ปีได้ หลังทั้งคู่ต้องแข่งขันกันสร้างผลงานในระดับโลกมาตลอดทศวรรษ เมื่อปัจจุบันเมสซี่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมบัลลง ดอร์ ไปได้ 6 สมัย ส่วนโรนัลโด้ได้ 5 สมัย ในขณะที่ในช่วงปี 2008 ถึงปี 2017 ทั้งคู่ผลัดกันคว้ารางวัลนี้ไปได้คนละ 5 สมัย

แต่กระนั้นการตะโกนชื่อของโรนัลโด้กลับมีแฟนบอลนำมาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติอีกครั้ง เหมือนกับเกมที่ทุกคนได้ยินสินอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเกมที่ทีมชาติโปรตุเกสพบกับบอสเนีย ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ในปี 2012 รอบคัดเลือก, เกมกับเดนมาร์ก ในฟุตบอลยูโร 2012, พบกับอัลแบเนีย ในฟุตบอลยูโร 2016 รอบคัดเลือก และเกมกับลักเซมเบิร์ก ในฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก

การตะโกนชื่อของเมสซี่ยังเคยเกิดขึ้นในเกมของเรอัล มาดริด ที่พบกับอัล จาซีร่า ในฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ในปี 2017 แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังเกิดขึ้นในเกมที่ยูเวนตุสพบกับลาซิโอ ที่กรุงโรม ในฟุตบอลซูเปอร์ โคปปา อิตาเลีย ในปี 2019 ด้วย ซึ่งเป็นลาซิโอที่เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ หลังพวกเขาเชื่อว่าการตะโกนชื่อเมสซี่จะเป็นสิ่งที่กดดันโรนัลโด้ได้เป็นอย่างดี โดยเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวยังไงก็ต้องเกิดขึ้นต่อไป เมื่อโรนัลโด้ยังคงเป็นเป้าหมายของคู่แข่ง หรือแม้กระทั่งแฟนบอลของยูเวนตุสเอง หลังนักเตะเคยเจอกับเสียงผิวปากมาแล้วเมื่อตอนที่อยู่กับเรอัล มาดริด

Posts navigation

1 2 3 4 5 6
Scroll to top