Open post
แลมพาร์ด รับ แฟน “สิงห์” ฝันถึงแชมป์ได้ แต่ทีมต้องพัฒนาต่อ

แลมพาร์ด รับ แฟน “สิงห์” ฝันถึงแชมป์ได้ แต่ทีมต้องพัฒนาต่อ

แฟรงค์ แลมพาร์ด พาทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 3-1 จากผลบอลเมื่อคืนพร้อมขึ้นไปรั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกต่อหน้าแฟนบอล 2000 คน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษรู้ดีว่าแฟนบอลของเขาสามารถที่จะฝันไปถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลนี้ แต่ถึงกระนั้นนักเตะของเขาก็ยังคงต้องโฟกัสต่อไปและยังคงต้องพัฒนาทีมต่อไปให้มากกว่านี้ “แน่นอนว่ามันไม่มีอะไรที่ผิดถ้าหากว่าแฟนบอลของเราจะคิดแบบนั้น” แฟรงค์ แลมพาร์ด กล่าว

“มันยอดเยี่ยมที่ได้พวกเขากลับมาที่นี่ การที่มีพวกเขาอยู่ในสนามมันสำคัญมากๆและเสียงเชียร์ของพวกเขาก็สำคัญมากๆเช่น คุณสามารถมองเห็นความตื่นเต้นของแฟนบอลได้หลังจบเกมและพวกเราขึ้นไปเป็นจ่าฝูง”

“หน้าที่ของผมและหน้าที่ของพวกเราคือต้องรู้ว่าฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ยาวนานมากๆและคำถามที่เกิดขึ้นก็คือความคงเส้นคงวาของพวกเรา การที่จะพัฒนาต่อไปมากกว่านี้ เพราะผมเชื่อว่าพวกเรายังสามารถทำได้ดีกว่านี้และมันจะมีความท้าทายมากมายรอเราอยู่ตรงหน้า พวกเราสนุกกับเย็นวันนี้ พวกเราจะดื่มไวน์แก้วเล็กๆซักแก้ว หรืออาจจะเป็นแก้วใหญ่ก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันพวกเรายังคงต้องทำตัวติดดินเอาไว้เสมอ”

Open post
นานี่ ยกย่อง ผลงาน บรูโน่ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นานี่ ยกย่อง ผลงาน บรูโน่ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อดีตปีกตัวเก่งของปีศาจแดง นั้นยังคงติดตามผลงานของอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาที่ สปอร์ติ้ง ลิสบ่อน อย่างใกล้ชิด ซึ่งเขาเชื่อว่านักเตะรายนี้ จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในอังกฤษ แน่นอน

บรูโน่ เฟอร์นานเดช นั้นเป็นนักเตะที่เพอร์เฟ็คสุดๆกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะว่าเขาไม่เคยสนใจความผิดพลาดเลย ซึ่งเขาจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับทีม อดีตนักเตะของสโมสร อย่าง นานี่ กล่าว

เพลเมกเกอร์ชาวโปรตุเกสรายนี้ ย้ายมาอยู่กับลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เมื่อต้นปีนี้ ซึ่งก็เป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมทันที “ผมติดตามเกมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกือบจะทุกเกม” นานี่ กล่าว

“ผมจะดูเสมอถ้าหากผมมีโอกาส เพราะว่าตอนนี้ ตารางงานของผมในออแรนโด้ มันก็ไม่ค่อยสอดคล้องสักเท่าไหร่ แต่แน่นอนว่า ทุกครั้งที่ผมได้ดู มันทำให้ผมสนุกสนานอย่างมาก”

“ผลงานของทีมตอนนี้ ถ้าไม่ได้ บรูโน่ คงจะแย่อย่างมาก ซึ่งผมบอกเลยว่านักเตะรายนี้ เป็นนักเตะที่เพอร์เฟ็คกับทีมอย่างมาก เขาไม่เคยแคร์ความผิดพลาด เขาแค่ทำผลงานของเขาให้ดีที่สุดต่อไป”

Open post
ความฝันที่กลายเป็นจริงของนักเตะที่ชื่อว่า โกรัน ปานเดฟ

ความฝันที่กลายเป็นจริงของนักเตะที่ชื่อว่า โกรัน ปานเดฟ

โกรัน ปานเดฟ จะกลายเป็นกัปตันทีมชาติ มาซิโดเนีย คนแรก สำหรับการนำลูกทีมลงสนามในฟุตบอลยูโร รอบสุดท้ายในซัมเมอร์หน้า นับตั้งแต่ชาติได้เอกราช หลังดาวเตะวัย 37 ปี ผ่านประสบการณ์มากมายทั้งในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ซึ่งจุดสูงสุดอยู่ในฤดูกาล 2009-10 เมื่อเป็นหนึ่งในขุมกำลังของ อินเตอร์ มิลาน ในคว้าเทรเปิ้ลส์แชมป์ กับภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่

ปานเดฟทำได้ 95 ประตู จากการลงสนาม 447 เกมในเซเรียอา โดยผ่านการเล่นให้กับลาซิโอ, อินเตอร์ มิลาน, นาโปลี และเจนัว ในปัจจุบัน แต่สัญญาจะหมดลงหลังจบฤดูกาล 2020-21 อาจจะกลายเป็นการปิดฉากที่สวยงามของตัวนักเตะ หากตัดสินใจที่จะแขวนสตั๊ดในฟุตบอลยูโร 2020 รอบสุดท้าย

ปานเดฟจะกลายเป็นกัปตันทีมคนแรกในรอบ 27 ปี สำหรับการลงสนามในฟุตบอลรอบสุดท้ายของรายการใหญ่ นับตั้งแต่แยกทางกับยูโกสโลวาเกีย เนื่องจากทีมดวลจุดโทษเอาชนะทีมชาติจอร์เจียไปได้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากเสมอกันในเวลาปกติ และต่อเวลาพิเศษด้วยสกอร์ 1-1

ปานเดฟ กล่าวว่า “อารมณ์ผมมาเต็มมากๆ และผมก็มีความสุข พวกเราเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเราร่วมใจกันและเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเราเอาชนะได้เพื่อผู้คนของพวกเราและทั้งหมดนี้มันก็เพื่อพวกคุณ ความฝันมันกลายเป็นจริงแล้ว พวกเราเป็นกลุ่มนักเตะดาวรุ่ง แต่เด็กทุกคนแสดงความแข็งแกร่งออกมา พวกเขามีอนาคตที่ดี ก่อนเกมนี้ผมได้คุยกับทีมและผมบอกพวกเขาว่าให้ใจเย็น สุดท้ายแล้วพวกเราชนะได้และผมก็ตื่นเต้นมากๆ”

มาซิโดเนียจะได้อยู่ในกลุ่ม ซี ในรอบสุดท้าย โดยจะได้เจอกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์, ยูเครน และออสเตรีย นอกจากศักยภาพของปานเดฟที่จะแสดงออกมา ประสบการณ์คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับทีมฟุตบอลด้วยเหมือนกัน สำหรับการแข่งขันฟุตบอลระดับยุโรปแบบนี้ โดยนักเตะหลายคนในทีมยังเคยลงเล่นให้กับทีมชาติมาซิโดเนีย ในรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี ในฟุตบอลยูโร รอบสุดท้ายรุ่นดังกล่าวมาแล้วในปี 2017

เอลิฟ เอลมาส เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่สามารถเป็นตัวความหวังให้กับมาซิโดเนียได้ หลังจากลงเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกให้กับทีม และนาโปลี ต้นสังกัดปัจจุบัน และปัจจุบันมีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น โดยตัวนักเตะลงสนามไป 90 นาทีเต็ม 4 เกม ให้กับทีมของเจนนาโร กัตตูโซ่ในฤดูกาลนี้ หลังย้ายจากเฟเนร์บาห์เช่มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร และช่วงเวลาที่เหลือในฤดูกาลนี้ยังสามารถเพิ่มประสบการณ์ให้กับเอลมาสได้ด้วย

Open post
น่าเสียดายที่ โอซิล ไม่ได้ร่วมวงแข่งแอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ด้วย

น่าเสียดายที่ โอซิล ไม่ได้ร่วมวงแข่งแอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ด้วย

นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน เมื่อ เมซุต โอซิล ของ อาร์เซน่อล ไม่ได้ร่วมวงแข่งขันในการลุ้นทำแอสซิสต์ในฤดูกาล 2020-21 เมื่อดาวเตะชาวเยอรมันเป็นหนึ่งในนักเตะที่ผ่านบอลได้น่าแม่นยำและเคยมีสถิติแอสซิสต์อย่างโดดเด่น ทั้งจังหวะทำประตู, คิลเลอร์พาส หรือแม้กระทั่งการครองบอล แม้ปัจจุบันจะถูกตั้งคำถามถึงความมุ่งมั่นในการเล่นเกมรับ

ถ้าหากคุณได้มองจังหวะที่ เซอร์ดาน ชากีรี่ ผ่านบอลให้ ดิโอโก้ โจต้า ทำประตูชัยช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-1 และคว้าชัยชนะไปได้สำเร็จ จังหวะดังกล่าวเป็นสิ่งที่โอซิลทำมาได้ตลอดเส้นทางการค้าแข้ง กับการสร้างความไหลลื่นในเกมรุกและผ่านบอลได้อย่างไม่คาดคิด สร้างผลงานให้กับกองหน้าทำประตูได้มากมาย

แน่นอนว่าการถูกตัดรายชื่อออกจากการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า ยูโรป้าลีก และพรีเมียร์ลีก ของมิเกล อาร์เตต้า เป็นสิ่งที่น่าเศร้าอย่างมาก เมื่อแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ที่จะไม่ได้เพลย์เมกเกอร์รายนี้ลงสนามเพื่อโชว์ผลงาน แม้ว่าเรื่องค่าเหนื่อยจะทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับการย้ายทีมของนักเตะ แต่ด้วยสัญญาที่เหลืออยู่กับทีมจนถึงซัมเมอร์ปี 2021 ทำให้ฤดูกาลหน้าเราจะได้เห็นโอซิลกลับมาวาดลวดลายอย่างแน่นอน

เมื่อเร็วๆ นี้มีการพูดถึงนักเตะที่มีสไตล์การเล่นคล้ายๆ ของโอซิล ดูจะไม่ได้เป็นที่สนใจมากนัก เมื่อนักเตะทุกคนต้องมีส่วนร่วมกับทั้งเกมในสนาม ไม่ว่าจะเป็นเกมรุกหรือเกมรับ แต่สถานการณ์ดังกล่าวเหมือนจะเปลี่ยนไป เมื่ออาร์เตต้ากำลังสร้างทีมด้วยการมีนักเตะที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่ง กับระบบ 4-2-3-1 ทั้งเกมรุก และเกมรับ หลังจากโธมัส ปาร์เตย์ ถูกดึงเข้ามายกระดับการเล่นในแดนกลาง โดยเฉพาะเกมรับและการลงเล่นในตำแหน่งบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์

นับตั้งแต่ เอแด็น อาซาร์ ย้ายออกจาก เชลซี ไปยัง เรอัล มาดริด เควิน เดอ บรอยน์ และ แจ็ค กรีลิช กลายเป็นสองนักเตะที่มีสถิติในการแอสซิสต์ที่โดดเด่น ก่อนที่เพลย์เมกเกอร์จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะทำลายสถิติในการแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้วไปได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ แฮร์รี่ เคน จาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส กลับทำได้อย่างโดดเด่น เมื่อลงสนามในพรีเมียร์ลีกไป 7 เกม ทำได้ 6 ประตู กับ 8 แอสซิสต์ พร้อมกับฟอร์มการทำประตูของ ซน เฮือง มิน จึงนับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็น โอซิล ลงสนามมาวาดลวดลายในเวลานี้ หรือต้องรออย่างน้อยจนถึงเดือนมกราคมในปีหน้านี้เลย

Open post
เกมกลางสัปดาห์ที่น่าสนใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้

เกมกลางสัปดาห์ที่น่าสนใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้

แน่นอนว่าเกมกลางสัปดาห์ เป็นเรื่องของการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เกมที่สอง โดยจะมองไปยังสิ่งที่น่าสนใจและหลายคนให้ความสำคัญ หนึ่งในเกมที่น่าติดตามอาจจะมีหลายคู่ แต่ตัวอย่างที่จะยกขึ้นมาก็คือ คู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แอร์เบ ไลป์ซิก ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ปัจจุบันไลป์ซิกเป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ให้กับทีมใดในบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2020-21 รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนน เมื่อเก็บไปได้ 13 คะแนน จากการลงสนาม 5 เกม โดยชนะ 4 เสมอ 1 และทีมของยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ก็เริ่มต้นผลงานในฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อเอาชนะ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ได้ 2-0 ในเกมแรก โดย แองเจลิโน่ อดีตนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ทำคนเดียว 2 ประตูในเกมนี้ โดยตอนนี้ทำไปได้แล้ว 4 ประตู จากการลงสนาม 6 เกม ก่อนที่ทีมจะบุกไปเยือนแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อสร้างเซอร์ไพรส์ในเกมแรก โดยบุกไปเอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง รองแชมป์ฤดูกาลที่แล้ว ได้ด้วยสกอร์ 2-1 ถึงปาร์ก เดอ แปร็งส์

สายตาของแมนฯ ยูไนเต็ดยังไงก็จับจ้องไปที่ดายอด อูปาเมกาโน่ กองหลังตัวแกร่งของไลป์ซิกที่เป็นข่าวเชื่อมโยงอยู่ในเวลานี้ เมื่อโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการตัวนักเตะไปช่วยเกมรับ ซึ่งตัวนักเตะมีค่าฉีกสัญญาเพียง 38 ล้านปอนด์ในปี 2022 หรืออีก 2 ปีด้วยกัน ก่อนที่จะมีรายงานข่าวเผยว่าแมนฯ ยูไนเต็ดเคยมีโอกาสคว้าตัวปราการหลังชาวฝรั่งเศสไปร่วมทีมด้วยค่าตัวเพียง 200,000 ปอนด์เท่านั้นในปี 2015 และหากทีมไหนชนะได้ในเกมนี้ ถือว่ามีโอกาสสูงในการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์เลยทีเดียว

อีหนึ่งเกมที่น่าจับตามองคือผลงานของ เชลซี เมื่อเก็บคลีนชีตมาได้ 2 เกมติดต่อกัน แม้จะทำประตูไม่ได้เลย แต่ก็เป็นสิ่งที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด นายใหญ่ของทีมตามหามาตลอด กับการเล่นเกมรับ เมื่อดึงตัว เอดูอาร์ด เมนดี้ และ ติอาโก้ ซิลวา เข้ามาสู่ทีม และเป็นเหมือนกับการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ซึ่งก็เหลือเพียงการพิสูจน์ของแนวรุกที่จะช่วยทีมเก็บ 3 คะแนน จากการบุกไปเยือน คราสโนดาร์ ในคืนวันพุธนี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กลายเป็นทีมที่น่ากังวลเหมือนกัน เมื่อสะดุดตั้งแต่ต้นฤดูกาล 5 เกมแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ชนะได้เพียง 2 เกม ทำให้รั้งในอันดับ 13 ของตารางคะแนน กับเกมรับยังมีปัญหาชัดเจนและกลายทีมเริ่มจะจับทางในการเล่นได้แล้วกับเกมสวน ยิ่งต้องมาเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บของเซร์คิโอ อเกวโร่ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงกาเบรียล เฆซุส กองหน้าตัวสำรองที่บาดเจ็บ ในขณะที่ความฟิตของเควิน เดอ บรอยน์ ก็เป็นประเด็นอยู่ด้วย นับเป็นช่วงเวลาที่กวาร์ดิโอล่าต้องพิสูจน์มันสมองของตัวเองด้วยเหมือนกัน เมื่อบุกไปเยือน โอลิมปิก มาร์กเซย

Open post
ทำไมแฟนบอลต้องตะโกน “เมสซี่, เมสซี่” ใส่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ทำไมแฟนบอลต้องตะโกน “เมสซี่, เมสซี่” ใส่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

แฟนบอลบางกลุ่มอาจจะมีความคิดสร้างสรรค์สำหรับการกระตุ้นนักเตะเพื่อยกระดับการเล่นขึ้นมา หรือการหาจุดที่จะเป็นข่มขวัญคู่แข่ง ในขณะที่หนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ของ ยูเวนตุส ก็เจอด้วยเหมือนกัน เมื่อถูกตะโกนชื่อของ ลีโอเนล เมสซี่ ดาวเตะนอกโลกของ บาร์เซโลน่า ที่ว่ากันว่าเป็นคู่แข่งในการสร้างผลงาน เพื่อหวังยกระดับการเล่นของนักเตะชาวโปรตุเกส

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวอาจจะน้อยลงกว่าเดิม นับตั้งแต่โรนัลโด้ย้ายออกจากเรอัล มาดริด ไปยังกรุงตูรินในปี 2018 เมื่อทั้งคู่ไม่ได้เผชิญหน้ากันเลย นับตั้งแต่ย้ายออกมา และเป็นการลดความเข้มข้นในการแข่งขันระหว่างทั้งสองราย ทั้งในฐานะสโมสรและการแข่งขันส่วนตัว ซึ่งโรนัลโด้เคยออกมากล่าวยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้มีปัญหาใดๆ ระหว่างความสำคัญนี้ โดยยังกล่าวถึงการเปิดโอกาสในการรับประทานอาหารร่วมกันในการประกาศรางวัลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

แน่นอนว่าการตะโกนชื่อเมสซี่ใส่โรนัลโด้จะเป็นความพยายามที่แปลกประหลาด หากทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่หลายคนก็ยังเชื่อว่ามันยังกระตุ้นความมุ่งมั่นในการเล่นให้กับดาวเตะวัย 35 ปีได้ หลังทั้งคู่ต้องแข่งขันกันสร้างผลงานในระดับโลกมาตลอดทศวรรษ เมื่อปัจจุบันเมสซี่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมบัลลง ดอร์ ไปได้ 6 สมัย ส่วนโรนัลโด้ได้ 5 สมัย ในขณะที่ในช่วงปี 2008 ถึงปี 2017 ทั้งคู่ผลัดกันคว้ารางวัลนี้ไปได้คนละ 5 สมัย

แต่กระนั้นการตะโกนชื่อของโรนัลโด้กลับมีแฟนบอลนำมาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติอีกครั้ง เหมือนกับเกมที่ทุกคนได้ยินสินอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเกมที่ทีมชาติโปรตุเกสพบกับบอสเนีย ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ในปี 2012 รอบคัดเลือก, เกมกับเดนมาร์ก ในฟุตบอลยูโร 2012, พบกับอัลแบเนีย ในฟุตบอลยูโร 2016 รอบคัดเลือก และเกมกับลักเซมเบิร์ก ในฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก

การตะโกนชื่อของเมสซี่ยังเคยเกิดขึ้นในเกมของเรอัล มาดริด ที่พบกับอัล จาซีร่า ในฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ในปี 2017 แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังเกิดขึ้นในเกมที่ยูเวนตุสพบกับลาซิโอ ที่กรุงโรม ในฟุตบอลซูเปอร์ โคปปา อิตาเลีย ในปี 2019 ด้วย ซึ่งเป็นลาซิโอที่เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ หลังพวกเขาเชื่อว่าการตะโกนชื่อเมสซี่จะเป็นสิ่งที่กดดันโรนัลโด้ได้เป็นอย่างดี โดยเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวยังไงก็ต้องเกิดขึ้นต่อไป เมื่อโรนัลโด้ยังคงเป็นเป้าหมายของคู่แข่ง หรือแม้กระทั่งแฟนบอลของยูเวนตุสเอง หลังนักเตะเคยเจอกับเสียงผิวปากมาแล้วเมื่อตอนที่อยู่กับเรอัล มาดริด

Open post
เบนเซม่า ยก โด้อ้วน เป็นไอดอล แม้ได้เล่นกับ โรนัลโด้ ด้วย

เบนเซม่า ยก โด้อ้วน เป็นไอดอล แม้ได้เล่นกับ โรนัลโด้ ด้วย

คาริม เบนเซม่า ดาวยิงชาวฝรั่งเศสของ เรอัล มาดริด ออกมากล่าวยกย่อง โรนัลโด้ ชาวบราซิลเป็นไอดอลในการเล่นฟุตบอล แม้ว่าในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลจะได้เล่นเคียงข้างกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ชาวโปรตุเกส ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกปัจจุบันด้วย

เบนเซม่ายอมรับถึงความชื่นชมที่มีต่อตัวอดีตกองหน้าของมาดริด, อินเตอร์ มิลาน และบาร์เซโลน่า โดยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาได้ 2 สมัย และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก หลังทำได้เกือบ 250 ประตู จากการลงสนามให้กับสโมสรที่ค้าแข้ง ซึ่งตัวนักเตะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนด้วยเช่นเดียวกัน

ดาวยิงวัย 32 ปี กล่าวยกย่องในตัวตำนานของทีมชาติบราซิลว่า “โรนัลโด้เป็นไอดอลของผม เมื่อตอนที่ผมเป็นดาวรุ่ง ผมเริ่มต้นดูฟุตบอลเพราะเขาเลย ผมดูการเคลื่อนที่ของเขาและพยายามที่จะทำเหมือนกับเขา กับสิ่งที่เขาทำ แต่ไม่มีใครทำได้เหมือนกับเขา ผมมองดูที่เขามากมาย นักเตะบางคนมีความเร็ว แต่ไม่มีใครครองบอลและมีทักษะในแบบที่เขาทำเลย หลายคนคิดว่าเขาทำประตูได้อย่างเดียวเท่านั้น แต่เขาทำได้ทุกอย่างเลย กองหน้าจำเป็นต้องรู้ถึงวิธีการทำประตูในหลากหลายแนวทาง ไม่ใช่แค่การทำประตูเท่านั้น เขาเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ ผมได้เรียนรู้จากเขามากมายและซีเนดีน ซีดานด้วย”

เบนเซม่าย้ายจากโอลิมปิก ลียง ไปยังซานติอาโก้ เบร์นาบิวในช่วงซัมเมอร์ปี 2009 ซึ่งเป็นปีเดียวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปร่วมทีม โดยดาวเตะชาวโปรตุเกสก็แสดงผลงานออกมาได้อย่างโดดเด่น และสุดท้ายก็คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมบัลลง ดอร์ ไปได้ 5 สมัย จนนักเตะทำประตูได้มากกว่าตัวเบนเซม่าและกลายเป็นที่สนใจมากกว่า

เบนเซม่าไม่มีปัญหากับเรื่องดังกล่าวและกล่าวว่า “เขา (คริสเตียโน่ โรนัลโด้) อยู่ที่นี่เพื่อทำประตูและผมก็ต้องเปลี่ยนแผนการเล่นเพื่อเขา ผมได้เล่นกับเขาแลทิ้งความปรารถนาในการทำประตูของตัวเองออกไป”

แต่อย่างไรก็ตาม โรนัลโด้ตัดสินใจย้ายออกจากมาดริดไปยังยูเวนตุสในปี 2018 และเบนเซม่าก็กลับมาทำผลงานให้กับทีมในเมืองหลวงของสเปนได้ดีอีกครั้ง เมื่อทำได้ 57 ประตู จากการลงสนาม 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา และช่วยทีมคว้าแชมป์ลาลีกาในฤดูกาล 2019-20

ฌอง มิเชล โอลาส ประธานสโมสรลียงต้องการดึงตัวเบนเซม่ากลับไปร่วมทีมอีกครั้ง แม้จะเป็นช่วงท้ายของอาชีพการค้าแข้ง แต่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ และซีดาน ประธานสโมสรมาดริด และนายใหญ่ของทีมไม่ต้องการเสียนักเตะออกจากทีม

Open post
เกมรับคือปัญหาของเรือใบ อาจจะไม่ไหวสำหรับ รูเบน ดิอาส

เกมรับคือปัญหาของเรือใบ อาจจะไม่ไหวสำหรับ รูเบน ดิอาส

ความพ่ายแพ้ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ด้วยสกอร์ 5-2 ยิ่งตอกย้ำจุดอ่อนในทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับเรื่องของเกมรับที่เป็นปัญหามาตั้งแต่ฤดูกาล 2019-20 กับการย้ายออกจากทีมไปของ แว็งช็องต์ กอมปานี และการบาดเจ็บของ อายเมริค ลาปอร์ต

แม้ว่าแมนฯ ซิตี้ จะคว้าตัว นาธาน อาเก้ จาก บอร์นมัธ ไปร่วมทีมในซัมเมอร์นี้ด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ นับว่ายังไม่เพียงพอ ก่อนที่ผลในเกมล่าสุดจะเป็นตัวเร่งให้กับทีมเร่งคว้าตัว รูเบน ดิอาส กองหลังอนาคตไกลของ เบนฟิก้า ไปร่วมทีม เมื่อทีมยอมจ่ายเงินจำนวน 62 ล้านปอนด์ แต่สุดท้ายแล้ว ปัญหาอาจจะไม่ได้ถูกแก้ไข

กวาร์ดิโอล่าใช้เงินในการเสริมทัพแนวรับไปแล้วกว่า 320 ล้านปอนด์ กับตลอด 4 ปีในการคุมทีม เอริค การ์เซีย คือกองหลังรายล่าสุดที่สร้างผลงานงามหน้า สร้างความผิดพลาดและทำให้ทีมเสียจุดโทษจนเกมเปลี่ยน หลังทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ฉีกเกมรับของรองแชมป์เก่าออกไปเป็นชิ้นๆ และแสดงให้เห็นอีกว่า การเล่นเกมรับและอาศัยเกมสวนกลับที่เฉียบคม กับความเร็วของนักเตะ เป็นสิ่งที่สามารถสร้างอันตรายให้กับแมนฯ ซิตี้ได้

การจ่ายบอลไปยังพื้นที่ว่างด้านหลังบวกกับความเร็วของ เจมี่ วาร์ดี้ เป็นตัวที่ช่วยเลสเตอร์ได้มากมาย กับพื้นที่ไคล์ วอล์คเกอร์ ดันขึ้นไปสูงสำหรับการเล่นเกมรุก ในขณะที่การวิ่งไล่เพรสซิ่งของทีม ทีมของกวาร์ดิโอล่าเคยทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อไล่บอลและแย่งบอลคืนกลับมา แต่เกมนี้เห็นได้ชัด เมื่อหลายคนต้องยกระดับการเล่นขึ้นมาให้ได้ โรดรี้ และอาเก้ ที่เป็นสองนักเตะที่มีส่วนกับการรับผิดชอบเช่นเดียวกัน

ยิ่งความผิดพลาดส่วนตัวยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวังด้วยเหมือนกันสำหรับกวาร์ดิโอล่า รวมถึงนักเตะใหม่ที่ดึงตัวมาร่วมทีม แต่การขาดประสบการณ์และการปรับตัวกับทีม กลับไม่สามารถสร้างผลงานตามที่หวังออกมาได้ ยิ่งในเวลานี้ เมื่อทีมยอมทุ่มเงินมหาศาลสำหรับการคว้าตัวดิอาสมาร่วมทีม ทั้งที่นักเตะไม่มีประสบการณ์ในการเล่นในพรีเมียร์ลีก นับเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงเช่นเดียวกัน กับการเดิมพันของกุนซือชาวคาตาลัน

แน่นอนว่าเรื่องความพร้อมของนักเตะที่ลงสนามเกมนี้ก็ยังเป็นประเด็น เมื่อทีมเหลือนักเตะซีเนียร์ลงสนามในเกมนี้เพียง 13 ราย หลังมีอาการบาดเจ็บ และยังติดไวรัสโควิด-19 ไหนจะความเป็นผู้นำของทีมในช่วงเวลาที่ทีมต้องเจอกับความยากลำบาก และเป็นคนกระตุ้นจุดศูนย์กลางของทีมเพื่อความหวังในการกลับมาสู่เกมการแข่งขัน

Open post
ความฝันของแฟน อาร์เซน่อล กับยุคที่จ่ายบอลทะลุช่อง

ความฝันของแฟน อาร์เซน่อล กับยุคที่จ่ายบอลทะลุช่อง

แฟนบอลของ อาร์เซน่อล ต่างปรารถนาที่จะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ สำหรับการคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า หลังเชื่อว่าทีมได้ผ่านจุดต่ำสุดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ ฮุสเซม อาอูอาร์ กองกลางของ โอลิมปิก ลียง กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักสำหรับการเสริมทัพของทีมในซัมเมอร์นี้

อาร์เตต้าเข้ามาคุมทีมในกรุงลอนดอนแทนตำแหน่งของอูไน เอเมรี่ โดยใช้เวลาเพียง 8-9 เดือนเท่านั้นในการคุมทีม แม้จะจบในอันดับที่ 8 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 ซึ่งเป็นอันดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี แต่ทีมก็สามารถคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ และทำให้ทีมได้เข้าร่วมรายการยูฟ่า ยูโรป้าลีก รวมถึงการคว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อต้องดวลจุดโทษ โดยเอาชนะ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีกมาได้สำเร็จ

กับความตั้งใจในการสร้างเดอะ กันเนอร์ส กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งดูจะไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อต้องเจอกับปัญหาเกี่ยวกับนักเตะหลายคนๆ ในทีม ทั้งเรื่องสัญญา, ทัศนคติในการเล่น และการเสริมทัพทีม แต่สุดท้ายก็สามารถเคลียร์ได้ทีละจุด ในส่วนของกรานิท ชาก้า และปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง รวมถึงการแก้ปัญหาในเกมรับ กับการเซ็นสัญญากาเบรียล มากัลเญส จากลีลล์

กับยุครุ่งเรืองของอาร์เซน่อล เป็นยุตที่มีแดนหลังที่แข็งแกร่ง แดนกลางที่ผ่านบอลแม่นยำ ทั้งการจ่ายบอลทะลุช่อง และสอดขึ้นไปทำประตู ในขณะที่แดนหน้าพริ้วไหวในการเลี้ยงบอล และทำประตูได้มากมาย ในขณะที่โอบาเมยองทำประตูได้มากกว่า 20 ประตูมา 2 ฤดูกาลติดต่อกัน และตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมไปได้สำเร็จ ถือเป็นหนึ่งในความหวังของทีมเช่นเดียวกัน

อาอูอาร์ เป็นนักเตะที่อาร์เตต้าเชื่อว่าจะเข้ามาเพิ่มศักยภาพในแดนกลางให้กับทีมได้ กับตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ เมื่อแสดงให้เห็นมาแล้วในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลที่แล้ว โดยเอาชนะได้ทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และยูเวนตุส ก่อนที่จะไปแพ้บาเยิร์น มิวนิค ในรอบรองชนะเลิศ

กับสิ่งที่แฟนบอลของอาร์เซน่อลวาดฝันก็คือ การทำประตูของโอบาเมยองที่มากขึ้น หลังจากทำไปได้ 60 ประตู ตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา และแน่นอนว่า หากมีอาอูอาร์ลงเล่นในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์อยู่ข้างหลัง กับความสามารถในการผ่านบอล ทีมจะดูดีมากขึ้นกว่าเดิมมากมาย และเมื่อได้อยู่กับทีมของอาร์เตต้า ยิ่งเป็นสิ่งที่เกินกว่าจะคาดหวัง แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะต้องรอดูว่าการย้ายของอาอูอาร์มายังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จะเกิดขึ้นหรือไม่ และนักเตะจะเข้ามาเพิ่มศักยภาพให้กับทีมได้จริงหรือไม่

Open post
ความท้าทายของ คล็อปป์ สำหรับตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้

ความท้าทายของ คล็อปป์ สำหรับตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้

แฟนบอล ลิเวอร์พูล มากมายอาจจะรู้สึกหงุดหงิดกับตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินในการเสริมทัพ ซึ่งมีถึง 22 สโมสรในเกาะอังกฤษที่จ่ายเงินไปมากกว่าทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ สำหรับการเซ็นสัญญานักเตะไปร่วมทีมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึง เบรนท์ฟอร์ด และ บริสตอล ซิตี้ โดยทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 เป็น 1 ใน 2 ทีมของสโมสรในเกาะอังกฤษที่ได้กำไรกับตลาดซื้อขาย

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการต้องเจอกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เมื่อทีมไม่ได้มีรายรับจากเกมการแข่งขัน เมื่อแฟนบอลยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมเกมการแข่งขัน เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และยังมีอีกหลายอย่างที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ซับซ้อนสำหรับสโมสร เมื่อทุกขั้นตอนจะต้องคิดให้รอบคอบและให้รอบด้าน นับเป็นความท้าทายอย่างมาก

ลิเวอร์พูลยังถูกยกให้เป็นตัวเต็งในการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 เมื่อทีมทิ้งคะแนนห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองแชมป์ถึง 18 คะแนน แม้ว่าทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เสริมทัพนักเตะใหม่ไปร่วมทีมแล้วหลายราย และคงยังไม่หยุดในปัจจุบันนี้ ในขณะที่คล็อปป์ดึงตัวคอสตาส ซิมิคาส แบ็คซ้ายรายใหม่ไปร่วมทีมเพียงรายเดียว เพื่อสร้างการแข่งขันในตำแหน่งของแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

คล็อปป์เคยออกมาเปิดเผยว่าสิ่งที่ตัวเขาเสียใจมากที่สุดเมื่อตอนที่คุมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คือการเสียนักเตะตัวหลักให้กับบาเยิร์น มิวนิคเกือบทุกปี แม้ว่าปัจจุบันลิเวอร์พูลไม่ได้เจอกับสถานการณ์ดังกล่าวมากนัก แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังมองโลกในแง่ดีถึงความลงตัวของทีมในทุกๆ ตำแหน่ง เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในซัมเมอร์ที่แล้ว หลังทีมไม่ได้เสริมทัพนักเตะในทีมชุดใหญ่เท่าไหร่นัก มีเพียงดาวรุ่งเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่จะประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในรอบ 30 ปี

นาบี้ เกอิต้า ยังคงเป็นนักเตะที่ยังไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีที่สุดออกมาได้ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวน น่าจะเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่แฟนบอลคาดหวัง สำหรับกองกลางชาวกินีรายนี้ ในขณะที่ทาคุมิ มินามิโนะ ตัวรุกคนใหม่ที่ย้ายจากเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก มาร่วมทีมในเดือนมกราคม ก็เริ่มดูดีขึ้นตั้งแต่กลับมาแข่งขันฟุตบอลอีกครั้งในเดือนมิถุนายน และยิ่งดีกว่าเดิม สำหรับเกมอุ่นเครื่องของทีมในซัมเมอร์นี้

เนโก วิลเลี่ยมส์ และเคอร์ติส โจนส์ สองดาวรุ่งที่น่าจะมีบทบาทมากกว่าเดิมในฤดูกาลใหม่ หากทีมไม่ได้มีการเสริมทัพนักเตะเพิ่มเติม น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการคว้าโอกาสลงสนาม หลังเริ่มจะสร้างความประทับใจให้กับทีมและแฟนบอลได้ในช่วงที่ผ่านมา นับว่าจะเป็นการเดิมพันที่น่าสนใจสำหรับคล็อปป์จริงๆ โดยเฉพาะเกมแรกจะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้ เมื่อเปิดบ้านเจอกับลีดส์ ยูไนเต็ด แชมป์แชมเปี้ยนชิพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และเลื่อนชั้นมายังพรีเมียร์ลีก

Posts navigation

1 2 3 4 5 6 7 8 9
Scroll to top