Open post
ทำไมแฟนบอลต้องตะโกน “เมสซี่, เมสซี่” ใส่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ทำไมแฟนบอลต้องตะโกน “เมสซี่, เมสซี่” ใส่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

แฟนบอลบางกลุ่มอาจจะมีความคิดสร้างสรรค์สำหรับการกระตุ้นนักเตะเพื่อยกระดับการเล่นขึ้นมา หรือการหาจุดที่จะเป็นข่มขวัญคู่แข่ง ในขณะที่หนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ของ ยูเวนตุส ก็เจอด้วยเหมือนกัน เมื่อถูกตะโกนชื่อของ ลีโอเนล เมสซี่ ดาวเตะนอกโลกของ บาร์เซโลน่า ที่ว่ากันว่าเป็นคู่แข่งในการสร้างผลงาน เพื่อหวังยกระดับการเล่นของนักเตะชาวโปรตุเกส

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวอาจจะน้อยลงกว่าเดิม นับตั้งแต่โรนัลโด้ย้ายออกจากเรอัล มาดริด ไปยังกรุงตูรินในปี 2018 เมื่อทั้งคู่ไม่ได้เผชิญหน้ากันเลย นับตั้งแต่ย้ายออกมา และเป็นการลดความเข้มข้นในการแข่งขันระหว่างทั้งสองราย ทั้งในฐานะสโมสรและการแข่งขันส่วนตัว ซึ่งโรนัลโด้เคยออกมากล่าวยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้มีปัญหาใดๆ ระหว่างความสำคัญนี้ โดยยังกล่าวถึงการเปิดโอกาสในการรับประทานอาหารร่วมกันในการประกาศรางวัลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

แน่นอนว่าการตะโกนชื่อเมสซี่ใส่โรนัลโด้จะเป็นความพยายามที่แปลกประหลาด หากทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่หลายคนก็ยังเชื่อว่ามันยังกระตุ้นความมุ่งมั่นในการเล่นให้กับดาวเตะวัย 35 ปีได้ หลังทั้งคู่ต้องแข่งขันกันสร้างผลงานในระดับโลกมาตลอดทศวรรษ เมื่อปัจจุบันเมสซี่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมบัลลง ดอร์ ไปได้ 6 สมัย ส่วนโรนัลโด้ได้ 5 สมัย ในขณะที่ในช่วงปี 2008 ถึงปี 2017 ทั้งคู่ผลัดกันคว้ารางวัลนี้ไปได้คนละ 5 สมัย

แต่กระนั้นการตะโกนชื่อของโรนัลโด้กลับมีแฟนบอลนำมาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติอีกครั้ง เหมือนกับเกมที่ทุกคนได้ยินสินอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเกมที่ทีมชาติโปรตุเกสพบกับบอสเนีย ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ในปี 2012 รอบคัดเลือก, เกมกับเดนมาร์ก ในฟุตบอลยูโร 2012, พบกับอัลแบเนีย ในฟุตบอลยูโร 2016 รอบคัดเลือก และเกมกับลักเซมเบิร์ก ในฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก

การตะโกนชื่อของเมสซี่ยังเคยเกิดขึ้นในเกมของเรอัล มาดริด ที่พบกับอัล จาซีร่า ในฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ในปี 2017 แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังเกิดขึ้นในเกมที่ยูเวนตุสพบกับลาซิโอ ที่กรุงโรม ในฟุตบอลซูเปอร์ โคปปา อิตาเลีย ในปี 2019 ด้วย ซึ่งเป็นลาซิโอที่เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ หลังพวกเขาเชื่อว่าการตะโกนชื่อเมสซี่จะเป็นสิ่งที่กดดันโรนัลโด้ได้เป็นอย่างดี โดยเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวยังไงก็ต้องเกิดขึ้นต่อไป เมื่อโรนัลโด้ยังคงเป็นเป้าหมายของคู่แข่ง หรือแม้กระทั่งแฟนบอลของยูเวนตุสเอง หลังนักเตะเคยเจอกับเสียงผิวปากมาแล้วเมื่อตอนที่อยู่กับเรอัล มาดริด

Open post
เบนเซม่า ยก โด้อ้วน เป็นไอดอล แม้ได้เล่นกับ โรนัลโด้ ด้วย

เบนเซม่า ยก โด้อ้วน เป็นไอดอล แม้ได้เล่นกับ โรนัลโด้ ด้วย

คาริม เบนเซม่า ดาวยิงชาวฝรั่งเศสของ เรอัล มาดริด ออกมากล่าวยกย่อง โรนัลโด้ ชาวบราซิลเป็นไอดอลในการเล่นฟุตบอล แม้ว่าในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลจะได้เล่นเคียงข้างกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ชาวโปรตุเกส ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกปัจจุบันด้วย

เบนเซม่ายอมรับถึงความชื่นชมที่มีต่อตัวอดีตกองหน้าของมาดริด, อินเตอร์ มิลาน และบาร์เซโลน่า โดยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาได้ 2 สมัย และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก หลังทำได้เกือบ 250 ประตู จากการลงสนามให้กับสโมสรที่ค้าแข้ง ซึ่งตัวนักเตะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนด้วยเช่นเดียวกัน

ดาวยิงวัย 32 ปี กล่าวยกย่องในตัวตำนานของทีมชาติบราซิลว่า “โรนัลโด้เป็นไอดอลของผม เมื่อตอนที่ผมเป็นดาวรุ่ง ผมเริ่มต้นดูฟุตบอลเพราะเขาเลย ผมดูการเคลื่อนที่ของเขาและพยายามที่จะทำเหมือนกับเขา กับสิ่งที่เขาทำ แต่ไม่มีใครทำได้เหมือนกับเขา ผมมองดูที่เขามากมาย นักเตะบางคนมีความเร็ว แต่ไม่มีใครครองบอลและมีทักษะในแบบที่เขาทำเลย หลายคนคิดว่าเขาทำประตูได้อย่างเดียวเท่านั้น แต่เขาทำได้ทุกอย่างเลย กองหน้าจำเป็นต้องรู้ถึงวิธีการทำประตูในหลากหลายแนวทาง ไม่ใช่แค่การทำประตูเท่านั้น เขาเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ ผมได้เรียนรู้จากเขามากมายและซีเนดีน ซีดานด้วย”

เบนเซม่าย้ายจากโอลิมปิก ลียง ไปยังซานติอาโก้ เบร์นาบิวในช่วงซัมเมอร์ปี 2009 ซึ่งเป็นปีเดียวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปร่วมทีม โดยดาวเตะชาวโปรตุเกสก็แสดงผลงานออกมาได้อย่างโดดเด่น และสุดท้ายก็คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมบัลลง ดอร์ ไปได้ 5 สมัย จนนักเตะทำประตูได้มากกว่าตัวเบนเซม่าและกลายเป็นที่สนใจมากกว่า

เบนเซม่าไม่มีปัญหากับเรื่องดังกล่าวและกล่าวว่า “เขา (คริสเตียโน่ โรนัลโด้) อยู่ที่นี่เพื่อทำประตูและผมก็ต้องเปลี่ยนแผนการเล่นเพื่อเขา ผมได้เล่นกับเขาแลทิ้งความปรารถนาในการทำประตูของตัวเองออกไป”

แต่อย่างไรก็ตาม โรนัลโด้ตัดสินใจย้ายออกจากมาดริดไปยังยูเวนตุสในปี 2018 และเบนเซม่าก็กลับมาทำผลงานให้กับทีมในเมืองหลวงของสเปนได้ดีอีกครั้ง เมื่อทำได้ 57 ประตู จากการลงสนาม 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา และช่วยทีมคว้าแชมป์ลาลีกาในฤดูกาล 2019-20

ฌอง มิเชล โอลาส ประธานสโมสรลียงต้องการดึงตัวเบนเซม่ากลับไปร่วมทีมอีกครั้ง แม้จะเป็นช่วงท้ายของอาชีพการค้าแข้ง แต่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ และซีดาน ประธานสโมสรมาดริด และนายใหญ่ของทีมไม่ต้องการเสียนักเตะออกจากทีม

Open post
โรนัลโด้ เคยบริจาคการกุศลแบบใดบ้าง

โรนัลโด้ มีส่วนกับองค์กรการกุศลอะไรบ้าง จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส ได้ทำงานร่วมกับองค์กรการกุศลมากมาย โดยบทความนี้จะออกมาเล่าถึงความดีของดาวเตะชาวโปรตุเกส เผื่อใครจะไม่รู้ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่เกิดขึ้นกับหนึ่งในนักเตะที่ได้รับการยกย่องถึงการเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

อดีตกองหน้าของ เรอัล มาดริด รับค่าเหนื่อยกับ ยูเวนตุส ถึง 95 ล้านยูโร ในปี 2019 โดยน้อยกว่า ลีโอเนล เมสซี่ ดาวยิงนอกโลกของ บาร์เซโลน่า อยู่ราวๆ 30 ล้านยูโร โดยดาวเตะวัย 35 ปี ทำหน้าที่หลายบทบาทในองค์กรการกุศล และยังตั้งกองทุนหลากหลายแบบ

โรนัลโด้ เคยบริจาคการกุศลแบบใดบ้าง?

โรนัลโด้ บริจาคการกุศลครั้งแรก ในปี 2011 เมื่อตอนที่คว้ารางวัลรองเท้าทองคำ หรือดาวซัลโวของยุโรป ด้วยเงินจำนวน 1.2 ล้านปอนด์ โดยเงินดังกล่าวถูกนำไปบริจาคสร้างโรงเรียนในกาซ่า

ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน เสื้อของ โรนัลโด้ ถูกประมูลได้ 35,000 ปอนด์ โดยเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปช่วยเหลือเด็กๆ และนับตั้งแต่ปี 2012 โรนัลโด้ ก็เป็นฑูตในองค์กรดังกล่าวสำหรับการปรับปรุงคุณภาพชีวิตเด็กทั่วโลก ก่อนที่จะเป็นทูตให้กับ ยูนิเซฟ และ เวิร์ลด วิชั่น ในปี 2014 โดยยังบริจาคเงินจำนวน 450,000 ปอนด์ เมื่อตอนที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ

โรนัลโด้ ยังมอบเงินจำนวน 87,000 ปอนด์ ให้กับสภากาชาด หลังได้เงินจากการอยู่ในทีมยอดเยี่ยมของยูฟ่า และในปี 2015 โรนัลโด้ กลายเป็นนักเตะที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นนักเตะที่มีการบริจาคเพื่อองค์กรการกุศลมากที่สุด

โรนัลโด้ บริจาคเงินจำนวน 120,000 ปอนด์ ให้กับศูนย์มะเร็งในมาเดยร่า ในบ้านเกิด ซึ่งรักษาอาการของแม่ รวมถึงเงิน 55,000 ปอนด์ สำหรับการผ่าตัดสมองของ เอริค ออร์ติซ ครูซ เด็กอายุ 10 ขวบ

โรนัลโด้ ยังไม่หยุดการบริจาคเงินการกุศล โดยในปี 2016 เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อีกครั้ง และ โรนัลโด้ ทำประตูจากการดวลจุดโทษได้ โดยบริจาคเงิน 525,000 ปอนด์ จากเกมดังกล่าวทั้งหมดด้วย

หลังจากนั้น 1 ปี โรนัลโด้ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมบัลลง ดอร์ หลังจากปี 2013 ที่บริจาคให้กับมูลนิธิ Make-A-Wish และบริจาคเงินจำนวน 530,000 ปอนด์ เพื่อนำไปใช้ในองค์กรเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กอายุน้อยที่ต้องเจอกับโรคร้าย

โรนัลโด้ ยังได้ช่วยเหลือเด็กอีก 2 คน ผ่านการกุศลของตัวเอง หลังจากได้เจอกับเด็กในประเทศโปรตุเกส และช่วยเหลือเรื่องการฝึกซ้อมฟุตบอลด้วย

โรนัลโด้ ผ่านการลงเล่นให้กับ สปอร์ติง ลิสบอน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด และยูเวนตุส โดยคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด 30 รายการด้วยกัน พร้อมกับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมบัลลง ดอร์ 5 สมัย และรางวัลส่วนตัวอีกมากมาย

โรนัลโด้ มีส่วนกับองค์กรการกุศลอะไรบ้าง จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

Scroll to top