Open post
ความท้าทายของ คล็อปป์ สำหรับตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้

ความท้าทายของ คล็อปป์ สำหรับตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้

แฟนบอล ลิเวอร์พูล มากมายอาจจะรู้สึกหงุดหงิดกับตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินในการเสริมทัพ ซึ่งมีถึง 22 สโมสรในเกาะอังกฤษที่จ่ายเงินไปมากกว่าทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ สำหรับการเซ็นสัญญานักเตะไปร่วมทีมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึง เบรนท์ฟอร์ด และ บริสตอล ซิตี้ โดยทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 เป็น 1 ใน 2 ทีมของสโมสรในเกาะอังกฤษที่ได้กำไรกับตลาดซื้อขาย

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการต้องเจอกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เมื่อทีมไม่ได้มีรายรับจากเกมการแข่งขัน เมื่อแฟนบอลยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมเกมการแข่งขัน เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และยังมีอีกหลายอย่างที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ซับซ้อนสำหรับสโมสร เมื่อทุกขั้นตอนจะต้องคิดให้รอบคอบและให้รอบด้าน นับเป็นความท้าทายอย่างมาก

ลิเวอร์พูลยังถูกยกให้เป็นตัวเต็งในการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 เมื่อทีมทิ้งคะแนนห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองแชมป์ถึง 18 คะแนน แม้ว่าทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เสริมทัพนักเตะใหม่ไปร่วมทีมแล้วหลายราย และคงยังไม่หยุดในปัจจุบันนี้ ในขณะที่คล็อปป์ดึงตัวคอสตาส ซิมิคาส แบ็คซ้ายรายใหม่ไปร่วมทีมเพียงรายเดียว เพื่อสร้างการแข่งขันในตำแหน่งของแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

คล็อปป์เคยออกมาเปิดเผยว่าสิ่งที่ตัวเขาเสียใจมากที่สุดเมื่อตอนที่คุมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คือการเสียนักเตะตัวหลักให้กับบาเยิร์น มิวนิคเกือบทุกปี แม้ว่าปัจจุบันลิเวอร์พูลไม่ได้เจอกับสถานการณ์ดังกล่าวมากนัก แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังมองโลกในแง่ดีถึงความลงตัวของทีมในทุกๆ ตำแหน่ง เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในซัมเมอร์ที่แล้ว หลังทีมไม่ได้เสริมทัพนักเตะในทีมชุดใหญ่เท่าไหร่นัก มีเพียงดาวรุ่งเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่จะประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในรอบ 30 ปี

นาบี้ เกอิต้า ยังคงเป็นนักเตะที่ยังไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีที่สุดออกมาได้ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวน น่าจะเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่แฟนบอลคาดหวัง สำหรับกองกลางชาวกินีรายนี้ ในขณะที่ทาคุมิ มินามิโนะ ตัวรุกคนใหม่ที่ย้ายจากเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก มาร่วมทีมในเดือนมกราคม ก็เริ่มดูดีขึ้นตั้งแต่กลับมาแข่งขันฟุตบอลอีกครั้งในเดือนมิถุนายน และยิ่งดีกว่าเดิม สำหรับเกมอุ่นเครื่องของทีมในซัมเมอร์นี้

เนโก วิลเลี่ยมส์ และเคอร์ติส โจนส์ สองดาวรุ่งที่น่าจะมีบทบาทมากกว่าเดิมในฤดูกาลใหม่ หากทีมไม่ได้มีการเสริมทัพนักเตะเพิ่มเติม น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการคว้าโอกาสลงสนาม หลังเริ่มจะสร้างความประทับใจให้กับทีมและแฟนบอลได้ในช่วงที่ผ่านมา นับว่าจะเป็นการเดิมพันที่น่าสนใจสำหรับคล็อปป์จริงๆ โดยเฉพาะเกมแรกจะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้ เมื่อเปิดบ้านเจอกับลีดส์ ยูไนเต็ด แชมป์แชมเปี้ยนชิพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และเลื่อนชั้นมายังพรีเมียร์ลีก

Open post
แข้งที่ถูกลืม หรือคิดว่าไม่ได้อยู่กับทีมในปัจจุบันแล้ว

แข้งที่ถูกลืม หรือคิดว่าไม่ได้อยู่กับทีมในปัจจุบันแล้ว

บทความนี้เป็นเรื่องของนักเตะที่หลายคนคิดว่าอาจจะไม่ได้อยู่กับทีมแล้ว แต่ทั้งที่จริงยังมีสัญญาอยู่กับทีม แม้ว่าจะถูกปล่อยออกจากทีมไปด้วยสัญญายืมตัว หรืออยู่กับทีมในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้ถูกส่งลงสนาม ซึ่งแต่ละคนล้วนเจอกับเหตุผลที่แตกต่างกันไปมากมาย โดยมองไปยังทีมในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่น่าสนใจ

อาร์เซน่อล – โมฮาเหม็ด เอลเนนี่

เอลเนนี่ลงเล่นเกมล่าสุดให้กับเดอะ กันเนอร์ส ในเกมสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018-19 ที่ทีมเอาชนะเบิร์นลี่ย์ได้ 3-1 โดยเอลเนนี่ลงเล่นครบ 90 นาทีเต็ม แต่ทีมก็พลาดตำแหน่งท็อปโฟร์ในช่วงเวลานั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเอลเนนี่ถูกปล่อยออกไปให้เบซิคตัสยืมตัวในฤดูกาลล่าสุด ก่อนที่ดาวเตะชาวอียิปต์จะทำประตูแรกและประตูสุดท้ายในการเล่นให้กับทีม เมื่อถูกปล่อยออกมาด้วยสัญญายืมตัว ก่อนที่จะถูกไล่ออกจากสนามปิดท้าย

เชลซี – วิคเตอร์ โมเสส

โมเสสลงเล่นเกมสุดท้ายให้กับเชลซี ในเดือนตุลาคมปี 2018 ที่ทีมเอาชนะบาเต้ โบริซอฟได้ 3-1 ในยูฟ่า ยูโรป้าลีก รอบแบ่งกลุ่มก่อนที่จะถูกปล่อยออกไปให้อินเตอร์ มิลาน ยืมตัวในฤดูกาลนี้ และยังมีโอกาสได้ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศ พบกับเซบีย่าด้วย

ลิเวอร์พูล – ลอริส คาริอุส

แน่นอนว่าเกมสุดท้ายและเป็นฝันร้ายของนายทวารชาวเยอรมัน กับนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่พบกับเรอัล มาดริด แต่คาริอุสสร้างความผิดพลาดจนทีมพบกับความพ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 3-1 โดยนักเตะถูกปล่อยออกไปให้เบซิคตัสยืมตัวในฤดูกาล 2019-20 แต่ก็ต้องยกเลิกสัญญาไป เมื่อมีปัญหาเรื่องค่าเหนื่อยกับทีมในตุรกีในช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 ระบาด

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – มาร์ลอส โมเรโน่

มาร์ลอส โมเรโน่ วัย 23 ปี เป็นนักเตะที่มีอายุมากที่สุดของทีม เมื่อถูกปล่อยออกไปด้วยสัญญายืมตัวไปแล้ว 5 ครั้ง โดยนักเตะถูกปล่อยออกไปเล่นกับปอร์ติโมเนนเซ่ ในโปรตุเกส และลงเล่นไป 16 เกม แต่ยังไงก็จะไม่มีส่วนร่วมกับทีมแน่นอน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – คริส สมอลลิ่ง

สมอลลิ่ง ลงเล่นเกมล่าสุดให้กับทีมคือเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 2-0 ในเดือนพฤษภาคม ปี 2019 ก่อนที่จะถูกปล่อยออกไปให้อาแอส โรม่า ยืมตัวในฤดูกาล 2019-20 และทีมจากกรุงโรมต้องการคว้าตัวไปร่วมทีมอย่างหนัก แต่เป็นค่าตัวของนักเตะที่ไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้สมอลลิ่งจะต้องกลับไปยังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในซัมเมอร์นี้

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส – ฮวน ฟอยธ์

ยาเฟต ทันกันก้า กลายเป็นดาวรุ่งที่ได้รับโอกาสลงสนามให้กับสเปอร์ส ในขณะที่ฮวน ฟอยธ์ เจอกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันเลย แม้จะถูกคาดหวังในช่วงที่ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ตอนแรก และดูแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องยากสำหรับการลงเล่นให้กับทีมแน่นอน

Open post
สถานการณ์ปัจจุบันของ 6 แข้งที่ ฮ็อดจ์สัน เซ็นสัญญาตอนคุมหงส์

สถานการณ์ปัจจุบันของ 6 แข้งที่ ฮ็อดจ์สัน เซ็นสัญญาตอนคุมหงส์

วันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2010 คือวันที่ ลิเวอร์พูล ประกาศแต่งตั้ง รอย ฮ็อดจ์สัน เข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมคนใหม่พร้อมกับสัญญา 3 ปี หลังคุม ฟูแล่ม เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรป้าลีก ในฤดูกาล 2009-10 ได้สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม นายใหญ่ชาวอังกฤษกลับคุมทีมได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น ก่อนที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง หลังจากทีมอยู่ในช่วงที่ย่ำแย่ โดยบทความนี้จะย้อนไปยังนักเตะ 8 คน ที่ฮ็อดจ์สัน เซ็นสัญญามายังแอนฟิลด์ และปัจจุบันนักเตะเหล่านั้นจะทำอะไรอยู่

พอล คอนเชสกี้

คอนเชสกี้ ย้ายตามฮ็อดจ์สันมาจากฟูแล่มด้วยค่าตัว 3 ล้านปอนด์ พร้อมกับสัญญา 4 ปี แต่นักเตะกลับไม่สามารถสร้างความประทับใจได้จนถูกแฟนบอลวิจารณ์อย่างหนักในเกมกับสโต๊ค ซิตี้ และเป็นแม่ของคอนเชสกี้ ที่ออกมาด่าคนเมืองลิเวอร์พูลว่าเลว จนกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย และในช่วงเวลาดังกล่าวก็เป็นเคนนี่ ดัลกลิช ที่เข้ามาคุมทีมแทน โดยคอนเชสกี้ถูกปล่อยออกไปให้น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ยืมตัว ก่อนที่จะเซ็นสัญญาไปยังเลสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2011 โดยปัจจุบันคอนเชสกี้ ทำหน้าที่นักเตะควบตำแหน่งโค้ชให้กับอีสต์ ธูร์ร็อค ยูไนเต็ด ในเนชั่นแนล ลีก ทางใต้

คริสเตียน โพลเซ่น

โพลเซ่นย้ายจากยูเวนตุสมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ โดยถูกมองว่าเป็นตัวตัดเกมที่เข้ามาทำหน้าที่แทนฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ที่ย้ายออกไปก่อนหน้านั้น แต่นักเตะก็ไม่สามารถสร้างความประทับใจได้เลย ก่อนที่ดัลกลิช จะเลือกส่งเจย์ สเปียริ่ง เป็นตัวเลือกแรกในการลงสนาม และตัดสินใจปล่อยโพลเซ่นไปยังเอวิย็อง โดยโพลเซ่นลงสนามให้กับทีมในพรีเมียร์ลีกไป 12 เกม และย้ายไปเล่นให้กับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 2 ฤดูกาล และโคเปเฮเก้น อีก 1 ฤดูกาล ก่อนจะแขวนสตั๊ดในปี 2015

จอนโจ เชลวีย์

เชลวีย์เป็นนักเตะที่ถูกคาดหวังอย่างสูง และเชื่อว่าจะมีอนาคตไกล แต่สุดท้าย นักเตะก็เลือกที่จะไม่ทน เมื่อไม่ได้รับโอกาลงสนามเป็นตัวจริงให้กับทีม ก่อนที่จะถูกปล่อยออกไปให้สวอนซี ซิตี้ ในปี 2013 และย้ายมายังนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในปี 2016 และลงเล่นจนถึงปัจจุบัน

ราอูล เมเรยเลส

เมเรยเลส เป็นหนึ่งในนักเตะที่ถือว่าประสบความสำเร็จที่สุดที่เซ็นสัญญาโดยฮ็อดจ์สัน หลังย้ายจากปอร์โต้มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 11.5 ล้านปอนด์ เป็นกำลังสำคัญหลัก และคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพีเอฟเอ ที่โหวตโดยแฟนบอลในฤดูกาลดังกล่าวด้วย แต่กลับลงเล่นให้กับทีมเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น ก่อนที่จะย้ายไปเชลซี และแขวนสตั๊ดในปี 2016 หลังจากลงเล่นให้กับเฟเนร์บาห์เช่ 4 ปี

โจ โคล

โคล เป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่น่าตื่นเต้นของสโมสร เมื่อหมดสัญญากับเชลซี โดยลงประเดิมลงสนามในเกมแรกที่พบกับอาร์เซน่อล แต่กลับอยู่ในดังกล่าวเพียง 45 นาที เมื่อถูกใบแดงออกจากสนาม แต่นักเตะกลับต้องเจอกับอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้ไม่สามารถสร้างความประทับใจได้ และลงเล่นให้กับทีมเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น ก่อนที่จะถูกปล่อยออกไปให้ลีลล์ยืมตัว และย้ายไปยังเวสต์แฮม ยูไนเต็ด อย่างถาวรในปี 2013 โดยผ่านการเล่นให้กับแอสตัน วิลล่า และโคเวนทรี ซิตี้ ก่อนที่จะมาแขวนสตั๊ดเมื่อตอนที่ย้ายไปเล่นให้กับแทมป้า เบย์ โรวดีส์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา

แบรด โจนส์

โจนส์ ถูกเซ็นสัญญามาจากมิดเดิ้ลสโบรห์ด้วยการเป็นตัวสำรอง และลงสนามให้กับทีมไปทั้งหมด 25 เกมเท่านั้น ก่อนที่จะถูกปล่อยออกไปยังแบรดฟอร์ด ซิตี้ ในปี 2015 ก่อนที่จะย้ายไปเฝ้าเสาให้กับเอ็นอีซี และเฟเยนูร์ด ในฮอลแลนด์ โดยปัจจุบันลงเล่นให้กับอัล นาสเซอร์ ในซาอุดิอาระเบีย

แดนนี่ วิลสัน และมิลาน โยวาโนวิช เป็นสองนักเตะที่ถูกราฟาเอล เบนิเตซ เซ็นสัญญามาร่วมทีมล่วงหน้า โดยปัจจุบันวิลสันลงเล่นให้กับโคโลราโด้ ราปิดส์ ในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา โดยโยวาโนวิชลงเล่นให้กับทีมเพียง 1 ฤดูกาลเท่านั้น ลงสนามไปทั้งหมด 18 เกมรวมทุกรายการ ก่อนที่จะย้ายไปยังอันเดอร์เลชท์ ในเบลเยี่ยม โดยลงสนามไปทั้งหมด 90 เกมรวมทุกรายการ ทำได้ 24 ประตู ก่อนที่จะไม่มีชื่อปรากฏออกมาในโลกนี้เลย

Open post

ฟานไดจ์ ฟิตไม่เต็มร้อยอาจไม่ได้ลงนัดชิง

สำหรับรอบแรกของการลงสนามลิเวอร์พูล สามารถเก็บชัยชนะเหนือทีมมอนเทอเรย์ได้ และทำให้พวกเขาสามารถเข้ารอบชิงชนะเลิศในวันเสาร์นี้ได้ แต่ก็ต้องมีปัญหาเพราะเวอร์จิล ฟานไดค์ นักเตะคนสำคัญยังฟิตไม่เต็มที่ และเกมนัดที่ผ่านมา โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ออกมาบ่นถึงเรื่องนี้ว่า กรรมการไม่เซฟนักเตะเลย เพราะคู่แข่งนั้นค่อนข้างที่จะเล่นหนักพอสมควร

ซึ่งจะคลอป์ปบอกว่ายังไม่มั่นใจว่าฟานไดจ์จะฟิต 100% ทันเกมรอบชิงหรือไม่ ต้องมาลุ้นกันต่อ ว่าหงส์แดงจะแก้ปัญหานี้อย่างไรหากนักเตะคนสำคัญไม่ได้ลงสนามในรอบชิงชนะเลิศ เพราะจากเกมที่ผ่านมา นักเตะหลักกรอบกันพอสมควร เพราะเกมค่อนข้างเล่นกันหนัก 

อีกทั้งนักเตะหงส์แดงเอง ก็เล่นหลายแมตซ์มาก่อนหน้านี้ หลายๆคนจึงฟิตไม่เต็มที่ แต่ก็ต้องว่ากันในเกมที่จะถึง ว่าพวกเขาจะสามารถนำถ้วยกลับอังกฤษได้หรือไม่ 

Open post
จามาล ลาเซเลส

ลาเซลเลส ขู่ หงส์ ระวัง สาลิกา ทำน้ำตาร่วง

จามาล ลาเซเลส

จามาล ลาเซเลส กัปตันทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ออกโรงเตือน ลิเวอร์พูล ทีมคู่แข่งที่จะมาเยือนถิ่น เซนต์เจมส์ปาร์ค ในวันเสาร์นี้ว่าพวกเขาไม่ใช่ทีมที่ใครจะเอาชนะได้ง่าย ๆ และ ‘หงส์แดง’ ต้องเจอกับเกมที่ยากลำบากอย่างแน่นอน

เดอะเร้ดส์ มีคิวบุกมาเยือน เดอะแม็คพายส์ และต้องการเก็บ 3 แต้มเพื่อไล่กดดันจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ โดยแม้ว่าเจ้าบ้านจะมีผู้จัดการทีม ราฟาเอล เบนิเตซ อดีตกุนซือผู้เคยพา ลิเวอร์พูล เถลิงบัลลังก์แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2005 มาแล้ว แต่ทาง ลาเซลเลส ก็ได้เตือนคู่แข่งว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการแสดงความมีน้ำใจช่วยเหลือทีมใดและจะเล่นอย่างเต็มที่

“ปกติแล้วเราจะจบฤดูกาล (ที่ เซนต์เจมส์ปาร์ค) ด้วยผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม เมื่อซีซั่นที่แล้วเราเอาชนะ เชลซี ได้ 3-0 ดังนั้นเราจึงปิดท้ายซีซั่นอย่างแข็งแกร่ง และชัดเจนว่าพวกเขา (ลิเวอร์พูล) จะมาเยือนเราด้วยการมีถ้วยแชมป์เป็นเดิมพันและจะเล่นอย่างเต็มที่ มันจะไม่เหมือนเกมที่เคยพบกับ เชลซี ที่ผมคิดว่าพวกเขาไม่มีอะไรให้ลุ้นและไม่ได้เล่นดีเท่าไหร่นัก”

“แต่เกมนี้เราจะทำให้เป็นเกมสุดหิน เราจะลงเล่นเพื่อชัยชนะ และเราก็ต้องการทำแบบนั้นจนนัดสุดท้ายของฤดูกาล เราจะทำให้พวกเขาเจอกับงานที่ยากลำบาก บางทีพวกเขาอาจจะรู้ตัวว่านี่ไม่ใช่โปรแกรมที่ดีเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะกับผลงานการเล่นในบ้านของพวกเรา”

Scroll to top