Open post
แลมพาร์ด รับ หัวร้อนหลังออกไปพ่าย “ปืน” 3-1

แลมพาร์ด รับ หัวร้อนหลังออกไปพ่าย “ปืน” 3-1

แฟรงค์ แลมพาร์ด ออกมายอมรับว่าเขาโมโหกับฟอร์มการเล่นของลูกทีมในเกมที่ เชลซี ออกไปพ่ายให้กับ อาร์เซน่อล ด้วยสกอร์ 3-1 ในเกมบ๊อกซิ่ง เดย์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ประตูของ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, กรานิต ชาก้า และ บูกาโย่ ซาก้า ช่วยให้ อาร์เซน่อล ออกนำไปก่อน 3-0 ก่อนที่ แทมมี่ อับบราฮัม จะทำได้แค่เพียงประตูตีไข่แตกให้กับทีมเยือน “มันไม่ดีพอ” แฟรงค์ แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports

“พวกเราต่อสู้ได้ดีในครึ่งหลัง แต่ในครึ่งแรก พวกเราไม่เป็นตัวของเราเอง พวกเราทำให้ตัวเองเจองานที่ยากในครึ่งหลัง เราพยายามส่งนักเตะที่มีความเร็วและพละกำลังให้กับทีมลงมา”

“ผมรับผิดชอบความพ่ายแพ้ในครั้งนี้และนักเตะของเราก็ต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกัน อาร์เซน่อล เป็นทีมที่มีความอันตราย เมื่อคุณลงไปในสนามและเล่นแค่เพียง 60 หรือ 70 เปอร์เซนต์ แน่นอนว่าคุณไม่มีทางเอาชนะไม่ว่าจะเป็นเกมใดก็ตาม ผมโมโหเพราะว่าผมต้องการให้เราชนะในเกมนี้ มันเป็นโอกาสขึ้นที่ 2 ของเรา ผมคิดว่าเราได้รับสิ่งที่เราคู่ควรแล้ว”

Open post
แลมพาร์ด รับ แฟน “สิงห์” ฝันถึงแชมป์ได้ แต่ทีมต้องพัฒนาต่อ

แลมพาร์ด รับ แฟน “สิงห์” ฝันถึงแชมป์ได้ แต่ทีมต้องพัฒนาต่อ

แฟรงค์ แลมพาร์ด พาทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 3-1 จากผลบอลเมื่อคืนพร้อมขึ้นไปรั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกต่อหน้าแฟนบอล 2000 คน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษรู้ดีว่าแฟนบอลของเขาสามารถที่จะฝันไปถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลนี้ แต่ถึงกระนั้นนักเตะของเขาก็ยังคงต้องโฟกัสต่อไปและยังคงต้องพัฒนาทีมต่อไปให้มากกว่านี้ “แน่นอนว่ามันไม่มีอะไรที่ผิดถ้าหากว่าแฟนบอลของเราจะคิดแบบนั้น” แฟรงค์ แลมพาร์ด กล่าว

“มันยอดเยี่ยมที่ได้พวกเขากลับมาที่นี่ การที่มีพวกเขาอยู่ในสนามมันสำคัญมากๆและเสียงเชียร์ของพวกเขาก็สำคัญมากๆเช่น คุณสามารถมองเห็นความตื่นเต้นของแฟนบอลได้หลังจบเกมและพวกเราขึ้นไปเป็นจ่าฝูง”

“หน้าที่ของผมและหน้าที่ของพวกเราคือต้องรู้ว่าฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ยาวนานมากๆและคำถามที่เกิดขึ้นก็คือความคงเส้นคงวาของพวกเรา การที่จะพัฒนาต่อไปมากกว่านี้ เพราะผมเชื่อว่าพวกเรายังสามารถทำได้ดีกว่านี้และมันจะมีความท้าทายมากมายรอเราอยู่ตรงหน้า พวกเราสนุกกับเย็นวันนี้ พวกเราจะดื่มไวน์แก้วเล็กๆซักแก้ว หรืออาจจะเป็นแก้วใหญ่ก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันพวกเรายังคงต้องทำตัวติดดินเอาไว้เสมอ”

Open post
เกมกลางสัปดาห์ที่น่าสนใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้

เกมกลางสัปดาห์ที่น่าสนใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้

แน่นอนว่าเกมกลางสัปดาห์ เป็นเรื่องของการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เกมที่สอง โดยจะมองไปยังสิ่งที่น่าสนใจและหลายคนให้ความสำคัญ หนึ่งในเกมที่น่าติดตามอาจจะมีหลายคู่ แต่ตัวอย่างที่จะยกขึ้นมาก็คือ คู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แอร์เบ ไลป์ซิก ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ปัจจุบันไลป์ซิกเป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ให้กับทีมใดในบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2020-21 รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนน เมื่อเก็บไปได้ 13 คะแนน จากการลงสนาม 5 เกม โดยชนะ 4 เสมอ 1 และทีมของยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ก็เริ่มต้นผลงานในฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อเอาชนะ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ได้ 2-0 ในเกมแรก โดย แองเจลิโน่ อดีตนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ทำคนเดียว 2 ประตูในเกมนี้ โดยตอนนี้ทำไปได้แล้ว 4 ประตู จากการลงสนาม 6 เกม ก่อนที่ทีมจะบุกไปเยือนแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อสร้างเซอร์ไพรส์ในเกมแรก โดยบุกไปเอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง รองแชมป์ฤดูกาลที่แล้ว ได้ด้วยสกอร์ 2-1 ถึงปาร์ก เดอ แปร็งส์

สายตาของแมนฯ ยูไนเต็ดยังไงก็จับจ้องไปที่ดายอด อูปาเมกาโน่ กองหลังตัวแกร่งของไลป์ซิกที่เป็นข่าวเชื่อมโยงอยู่ในเวลานี้ เมื่อโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการตัวนักเตะไปช่วยเกมรับ ซึ่งตัวนักเตะมีค่าฉีกสัญญาเพียง 38 ล้านปอนด์ในปี 2022 หรืออีก 2 ปีด้วยกัน ก่อนที่จะมีรายงานข่าวเผยว่าแมนฯ ยูไนเต็ดเคยมีโอกาสคว้าตัวปราการหลังชาวฝรั่งเศสไปร่วมทีมด้วยค่าตัวเพียง 200,000 ปอนด์เท่านั้นในปี 2015 และหากทีมไหนชนะได้ในเกมนี้ ถือว่ามีโอกาสสูงในการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์เลยทีเดียว

อีหนึ่งเกมที่น่าจับตามองคือผลงานของ เชลซี เมื่อเก็บคลีนชีตมาได้ 2 เกมติดต่อกัน แม้จะทำประตูไม่ได้เลย แต่ก็เป็นสิ่งที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด นายใหญ่ของทีมตามหามาตลอด กับการเล่นเกมรับ เมื่อดึงตัว เอดูอาร์ด เมนดี้ และ ติอาโก้ ซิลวา เข้ามาสู่ทีม และเป็นเหมือนกับการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ซึ่งก็เหลือเพียงการพิสูจน์ของแนวรุกที่จะช่วยทีมเก็บ 3 คะแนน จากการบุกไปเยือน คราสโนดาร์ ในคืนวันพุธนี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กลายเป็นทีมที่น่ากังวลเหมือนกัน เมื่อสะดุดตั้งแต่ต้นฤดูกาล 5 เกมแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ชนะได้เพียง 2 เกม ทำให้รั้งในอันดับ 13 ของตารางคะแนน กับเกมรับยังมีปัญหาชัดเจนและกลายทีมเริ่มจะจับทางในการเล่นได้แล้วกับเกมสวน ยิ่งต้องมาเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บของเซร์คิโอ อเกวโร่ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงกาเบรียล เฆซุส กองหน้าตัวสำรองที่บาดเจ็บ ในขณะที่ความฟิตของเควิน เดอ บรอยน์ ก็เป็นประเด็นอยู่ด้วย นับเป็นช่วงเวลาที่กวาร์ดิโอล่าต้องพิสูจน์มันสมองของตัวเองด้วยเหมือนกัน เมื่อบุกไปเยือน โอลิมปิก มาร์กเซย

Open post
การทุ่มเงินมหาศาลของ เชลซี อาจจะเป็นข่าวร้ายสำหรับ แลมพาร์ด

การทุ่มเงินมหาศาลของ เชลซี อาจจะเป็นข่าวร้ายสำหรับ แลมพาร์ด

การทุ่มเงินระดับมหาศาลอีกครั้งของ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรชาวรัสเซียของ เชลซี อาจจะกลายเป็นข่าวร้ายสำหรับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เพราะความคาดหวังที่สูงกว่าเดิม ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อฤดูกาล 2019-20 ที่ทีมเจอข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะการโดนลงโทษแบนห้ามลงทะเบียนนักเตะ ทำให้ไม่สามารถเซ็นสัญญานักเตะไปร่วมทีมเพิ่มเติมได้

แลมพาร์ดให้โอกาสดาวรุ่งลงสนาม พร้อมกับความหวังที่ไม่ได้สูงมากนัก กับอันดับในตารางคะแนน แต่การจบในอันดับที่ 4 ได้เล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2020-21 คือสิ่งที่เหนือความคาดหมายเหมือนกัน เมื่อเทียบกับระดับการเล่นของทีมใหญ่อื่นๆ

อบราโมวิชเทคโอเวอร์สโมสรเมื่อ 17 ปีก่อน พร้อมกับการยกระดับทีมโดยการทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดังไปร่วมทีมมากมาย รวมถึงตำแหน่งผู้จัดการทีม กับช่วงเวลาที่ไม่ได้มีไฟแนลเชียล แฟร์ เพลย์ เข้ามากำหนดเพดานในเรื่องของการเงิน สำหรับทุ่มเงินคว้าสตาร์ไปร่วมทีมมากมาย ช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, ฟุตบอลถ้วยในประเทศ 7 รายการ และแชมป์ยุโรป 3 รายการ ซึ่งล่าสุดคือแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้าลีก ปี 2019

ฤดูกาล 2017-18 คือปีที่อบราโมวิช มีการทุ่มเงินเสริมทัพมากที่สุด โดยจ่ายไปทั้งหมด 235 ล้านปอนด์ แต่ทีมต้องเจอกับความผิดหวัง กับค่าตัวของติเอมูเอ้ บากาโยโก้ 36 ล้านปอนด์, แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ 34 ล้านปอนด์ และดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า 22.5 ล้านปอนด์

ก่อนที่ฤดูกาล 2020-21 จะเริ่มต้น อบราโมวิช จ่ายเงินให้กับทีมของแลมพาร์ดไปแล้วมากกว่า 130 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวติโม แวร์เนอร์, ฮาคิม ซีเย็ค และเบน ชิลเวลล์ ไปร่วมทีมได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่มาล็อง ซาร์ และติอาโก้ ซิลวา ถูกเซ็นสัญญาไปร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว แต่ไค ฮาเวิร์ตซ์ ของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่เป็นข่าวเชื่อมโยงกับทีม ต้นสังกัดก็ยังต้องการค่าตัวของนักเตะถึง 90 ล้านปอนด์ ในขณะที่ตำแหน่งผู้รักษาประตูทีมก็ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 30 ล้านปอนด์ กับนักเตะที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนเกป้า อาร์รีซาบาลาก้า

จึงมีความเป็นไปได้สูงที่สิงห์บลูอาจจะต้องจ่ายเงินมากกว่าเดิม และอาจจะจ่ายอย่างน้อย 200 ล้านปอนด์ แน่นอนว่า กับความคาดหวังในการคว้าแชมป์ของทีมก็สูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะผลงานในพรีเมียร์ลีก หลังจากจบฤดูกาลล่าสุดโดยการมีคะแนนตามหลังลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ถึง 33 คะแนน

นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ และการระดับการเล่นของทีมขึ้นมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่โชเซ่ มูรินโญ่, อัฟราม แกรนท์, หลุยส์ ฟิลิปเป้ สโคลารี, คาร์โล อันเชล็อตติ, อังเดร วิลลาส-โบอาส, ราฟาเอล เบนิเตซ, อันโตนิโอ คอนเต้ และเมาริซิโอ ซาร์รี่ ต้องเจอมาแล้วทั้งนั้น

Open post
แข้งที่ถูกลืม หรือคิดว่าไม่ได้อยู่กับทีมในปัจจุบันแล้ว

แข้งที่ถูกลืม หรือคิดว่าไม่ได้อยู่กับทีมในปัจจุบันแล้ว

บทความนี้เป็นเรื่องของนักเตะที่หลายคนคิดว่าอาจจะไม่ได้อยู่กับทีมแล้ว แต่ทั้งที่จริงยังมีสัญญาอยู่กับทีม แม้ว่าจะถูกปล่อยออกจากทีมไปด้วยสัญญายืมตัว หรืออยู่กับทีมในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้ถูกส่งลงสนาม ซึ่งแต่ละคนล้วนเจอกับเหตุผลที่แตกต่างกันไปมากมาย โดยมองไปยังทีมในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่น่าสนใจ

อาร์เซน่อล – โมฮาเหม็ด เอลเนนี่

เอลเนนี่ลงเล่นเกมล่าสุดให้กับเดอะ กันเนอร์ส ในเกมสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018-19 ที่ทีมเอาชนะเบิร์นลี่ย์ได้ 3-1 โดยเอลเนนี่ลงเล่นครบ 90 นาทีเต็ม แต่ทีมก็พลาดตำแหน่งท็อปโฟร์ในช่วงเวลานั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเอลเนนี่ถูกปล่อยออกไปให้เบซิคตัสยืมตัวในฤดูกาลล่าสุด ก่อนที่ดาวเตะชาวอียิปต์จะทำประตูแรกและประตูสุดท้ายในการเล่นให้กับทีม เมื่อถูกปล่อยออกมาด้วยสัญญายืมตัว ก่อนที่จะถูกไล่ออกจากสนามปิดท้าย

เชลซี – วิคเตอร์ โมเสส

โมเสสลงเล่นเกมสุดท้ายให้กับเชลซี ในเดือนตุลาคมปี 2018 ที่ทีมเอาชนะบาเต้ โบริซอฟได้ 3-1 ในยูฟ่า ยูโรป้าลีก รอบแบ่งกลุ่มก่อนที่จะถูกปล่อยออกไปให้อินเตอร์ มิลาน ยืมตัวในฤดูกาลนี้ และยังมีโอกาสได้ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศ พบกับเซบีย่าด้วย

ลิเวอร์พูล – ลอริส คาริอุส

แน่นอนว่าเกมสุดท้ายและเป็นฝันร้ายของนายทวารชาวเยอรมัน กับนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่พบกับเรอัล มาดริด แต่คาริอุสสร้างความผิดพลาดจนทีมพบกับความพ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 3-1 โดยนักเตะถูกปล่อยออกไปให้เบซิคตัสยืมตัวในฤดูกาล 2019-20 แต่ก็ต้องยกเลิกสัญญาไป เมื่อมีปัญหาเรื่องค่าเหนื่อยกับทีมในตุรกีในช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 ระบาด

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – มาร์ลอส โมเรโน่

มาร์ลอส โมเรโน่ วัย 23 ปี เป็นนักเตะที่มีอายุมากที่สุดของทีม เมื่อถูกปล่อยออกไปด้วยสัญญายืมตัวไปแล้ว 5 ครั้ง โดยนักเตะถูกปล่อยออกไปเล่นกับปอร์ติโมเนนเซ่ ในโปรตุเกส และลงเล่นไป 16 เกม แต่ยังไงก็จะไม่มีส่วนร่วมกับทีมแน่นอน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – คริส สมอลลิ่ง

สมอลลิ่ง ลงเล่นเกมล่าสุดให้กับทีมคือเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 2-0 ในเดือนพฤษภาคม ปี 2019 ก่อนที่จะถูกปล่อยออกไปให้อาแอส โรม่า ยืมตัวในฤดูกาล 2019-20 และทีมจากกรุงโรมต้องการคว้าตัวไปร่วมทีมอย่างหนัก แต่เป็นค่าตัวของนักเตะที่ไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้สมอลลิ่งจะต้องกลับไปยังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในซัมเมอร์นี้

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส – ฮวน ฟอยธ์

ยาเฟต ทันกันก้า กลายเป็นดาวรุ่งที่ได้รับโอกาสลงสนามให้กับสเปอร์ส ในขณะที่ฮวน ฟอยธ์ เจอกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันเลย แม้จะถูกคาดหวังในช่วงที่ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ตอนแรก และดูแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องยากสำหรับการลงเล่นให้กับทีมแน่นอน

Open post
คำพูดอะไรที่ทำให้ ฟาเบรกาส ย้ายมาสิงห์บลูของ มูรินโญ่

คำพูดอะไรที่ทำให้ ฟาเบรกาส ย้ายมาสิงห์บลูของ มูรินโญ่

แฟนบอลของอาร์เซน่อลอาจจะถึงกับต้องเกาหัวงงๆ ว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้ เชส ฟาเบรกาส ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมเชลซี ซึ่งรู้อยู่เต็มอกว่า จะทำร้ายจิตใจแฟนบอลต้นสังกัดเก่า กับการเป็นคู่แข่งร่วมเมืองลอนดอน และจะโดนต่อต้านจากแฟนบอลอย่างแน่นอนยามที่ต้องเผชิญหน้ากัน

กองกลางคนปัจจุบันของโมนาโกออกมากล่าวถึงการพูดคุยกับ โชเซ่ มูรินโญ่ เกี่ยวกับการชักจูงให้ตัวเขาตัดสินใจย้ายกลับจากบาร์เซโลน่า เพื่อมาเล่นให้กับทีมในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในปี 2014 หลังประสบความสำเร็จในประเทศสเปนไปมากมาย กับช่วงเวลา 3 ปี ที่อยู่กับทีมในวัยเด็ก

มิดฟิลด์วัย 33 ปี ได้กล่าวกับช่องในยูทูปของริโอ เฟอร์ดินานด์ เกี่ยวกับการโน้มน้าวของมูรินโญ่เพื่อทำให้ตัวเขาเลือกย้ายไปยังเชลซี โดยกล่าวว่า “โชเซ่เป็นหนึ่งในโค้ชที่มีระบบการเล่นที่ชัดเจน เขาทำมันได้ดีมาตลอด เขามักจะเลือกใช้แผนการเล่นได้อย่างเหมาะสม”

“วันหนึ่ง ผมได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก เขาบอกผมว่า เขาต้องการนักเตะ 2 คน เขาจะเซ็นสัญญาดีเอโก้ คอสต้า ถ้าผมย้ายไป เขาว่า ทีมนี้จะกลายเป็นแชมป์ เขาต้องการนักเตะแค่ 2 คนเท่านั้น แต่หลังจากนั้น ติโบต์ กูร์กตัวส์ถูกเซ็นสัญญามา ดีเอโก้ก็ตามมา แน่นอนว่า แม้จะเป็นปีเตอร์ เช็ค มันก็เหมือนกัน เขาบอกว่า คุณเข้ามาแล้ว พวกเราจะกลายเป็นแชมป์”

“หลังจากนั้น ผมได้ทำงานกับเขา เขาเป็นโค้ชที่ทำให้ผมมีสภาพจิตใจที่ดีกว่าเดิมมากๆ เขาเป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักเตะที่ยอดเยี่ยม เขาเล่นเรื่องสภาพจิตใจ เขากระตุ้นได้ดีมากๆ ในช่วงที่พวกเรากำลังทำได้ดีในลีก และเขาก็ส่งข้อความมาหาคุณว่า คุณทำได้ดีแบบนู้นแบบนี้ แต่วันนี้ คุณเล่นกากมาก นี่แหละเขา”

ฟาเบรกาสเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลอาร์เซน่อลชื่นชอบเมื่อตอนที่ลงเล่นให้กับทีม และกองกลางชาวสเปนยังกลายเป็นกัปตันทีมที่มีอายุน้อยที่สุดของทีมด้วย โดยนักเตะยังกล่าวถึงช่วงเวลาที่ร่วมงานกับมูรินโญ่ด้วยว่า “มันยอดเยี่ยมมาก มันไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้ว ถ้าคุณถามผม เมื่อตอนที่ผมเป็นกัปตันทีมอาร์เซน่อล ด้วยวัย 23 ปี ผมก็มีความสุขมากๆ กับการเล่นให้กับเชลซีหลายปี และมีความสุขกับการคว้าแชมป์ ผมบอกได้เลยว่า มันบ้ามากๆ”

“แต่ในความเข้าใจของผมกับแฟนบอล และสโมสร ทุกคนที่ผมเคยร่วมงานด้วย ผมมีความสุขกับพวกเขาทั้งหมด ผมรู้สึกว่า พวกเราเข้ากันได้ดี ผมมีโค้ชที่ยอดเยี่ยมหลายคน และคุณได้เห็นถึงความต้องการของสโมสรในการคว้าแชมป์ กับความกระหาย คุณต้องทำมันให้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นจนคว้าชัยชนะ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ และผมรู้จักมูรินโญ่ เขาทำให้อาชีพของผมก้าวไปข้างหน้า”

Open post

เปโดร โชว์เทพยิงอย่างเหนือ พาเชลซี บุกอัด ซัลส์บวร์ก ไป 3-5

เปโดร โชว์เทพยิงอย่างเหนือ พาเชลซี บุกอัด ซัลส์บวร์ก ไป 3-5

“สิงโตน้ำเงินคราม” เขลซี เริ่มกลับมาโชว์ฟอร์มเข้าที่เข้าทางแล้วหลัง บุกไปเอาชนะ RB ซัวส์บวร์ก ทีมแกร่งจากออสเตรีย ไปแบบขาดลอย ถึง 3-5 โดยนัดนี้ เปโดร โชว์เหนือกระโดดดีดด้วยส้นเท้าพังประตูได้อีกด้วย

เกมการอุ่นเครื่องกระชับมิตร ระหว่าง ซัวส์บวร์ก จากออสเตีย พบกับ เชลซี จากอังกฤษ ณ สนาม Red Bull Arena ในซาลซ์บูร์กประเทศออสเตรีย เกมนี้เจ้าบ้านจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแต่ไม่อาจจะต้านความแข็งแกร่งของผู้มาเยือนอย่างเชลซีไปได้ที่จัดผู้เล่นตัวหลักลงสนามกันอย่างครบครั่นเช่นกัน

โดยเจ้าถิ่นได้ประตูจาก Onguene นาที 50  และ Takumi Minamino นาที่ 85 และจุดโทษในช่วงนาที 90+2 ส่วนทางด้านเชลซีนั้นได้ประตูจาก Christian Pulisic นาที 20,28  และ Ross Barkley จากจุดโทษนาที 23 จบเกมเชลซีชนะไป 3-5

Open post
ฟาบิโอ คาเปลโล่ มองว่าไม่ใช่ที่เหมาะสม

ฟาบิโอ คาเปลโล่ มองว่าไม่ใช่ที่เหมาะสมหาก กอนซาโล่ อิกวาอิน จะย้ายไปเล่นให้ เชลซี

ฟาบิโอ คาเปลโล่ อดีตกุนซือชาวอิตาเลียน มองว่าไม่ใช่ที่เหมาะสมหาก กอนซาโล่ อิกวาอิน จะย้ายไปเล่นให้ เชลซี ในตอนนี้ เพราะเชื่อกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์จะประสบความสำเร็จกับ เอซี มิลาน ได้

อิกวาอิน ย้ายร่วมทีม มิลาน มาจาก ยูเวนตุส ด้วยสัญญายืมตัวระยะยาวจนถึงฤดูกาลหน้า แต่กลับล้มเหลวในการโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดของเขา ด้วยการทำประตูไป 8 ลูกเท่านั้นจากการลงสนาม 21 นัดรวมทุกรายการ ทำให้มีข่าวลือว่าเขาอาจจะย้ายไป เชลซี ในเดือนนี้

ฟาบิโอ คาเปลโล่ มองว่าไม่ใช่ที่เหมาะสมหากเชลซี

เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือ เชลซี เคยร่วมงานกับ อิกวาอิน มาก่อน ที่ นาโปลี เช่นเดียวกับ คาเปลโล่ ที่เคยร่วมงานกับกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าที่ เรอัล มาดริด โดยที่ นาโปลี นี่เองเขาระเบิดฟอร์มทำไปถึง 36 ประตู ในปี 2015-2016

“ผมคิดว่าเขาหลุดฟอร์มไปตั้งแต่พลาดจุดโทษในเกมเจอ ยูเวนตุส (ในเดือนพฤศจิกายน) ผมเห็นเขาเล่นไกลจากปากประตูเกินไป เขาสามารถเอาชนะกรอบจิตใจของเขาได้และทำประตูมากมายระหว่างตอนนี้จนถึงสิ้นสุดฤดูกาล คุณภาพของ อิกวาอิน คุณแทบไม่ต้องสัยเลย”

“ผมจำได้เมื่อผมเข้าร่วมทีม ยูเวนตุส และ ดาวิด เทรเซเกต์ ต้องการย้ายออก ผมบอกให้เขาอยู่ต่อเพราะเขาเป็นคนสำคัญสำหรับผม ความรู้สึกของผมแม้ว่า อิกวาอิน ต้องการย้ายไปเล่นภายใต้โค้ชที่รู้จักคุณภาพของเขาและใช้เขาเป็น”

Scroll to top